การดูแลความหนาแน่นของผิวด้วย Levics ECM Skin Booster แห่งกังนัม

4 พฤษภาคม 2569

สวัสดีครับ

ผม นพ. จอง โบ-ฮวัง ผู้อำนวยการ Cleor Clinic สาขากังนัมครับ

ในห้องตรวจ ผมมักจะพบกับผู้รับบริการ

ที่เข้ามาปรึกษาด้วยความกังวลเหล่านี้บ่อยครั้ง

"แม้จะทาครีมบำรุงที่ให้ความชุ่มชื้นสูงแล้ว

แต่ความรู้สึกแห้งกร้านจากภายในผิวก็ยังไม่หายไป"

"เคยทำ Rejuran หรือฉีดหน้าใส (Mul-gwang) มาแล้ว

ครั้งนี้อยากลองดูแลผิวในรูปแบบที่แตกต่างออกไปบ้าง"

"เมื่ออายุมากขึ้น รู้สึกได้เลยว่าผิวเริ่มบางลง

มีหัตถการไหนที่ช่วยเติมเต็มความหนาแน่นของผิวได้โดยตรงไหม?"

ความรู้สึกที่ผิวบางลงและดูแห้งกร้าน

มักจะไม่สามารถอธิบายได้ด้วยการขาดความชุ่มชื้นที่ผิวชั้นนอกเพียงอย่างเดียว

เพราะมันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างที่รองรับคอลลาเจนและอีลาสติน

ซึ่งเรียกว่า ECM (Extracellular Matrix) หรือเนื้อเยื่อเกี่ยวพันระหว่างเซลล์

ที่ค่อยๆ ลดน้อยลงไปพร้อมกัน

หากเปรียบเทียบให้เข้าใจง่าย เหมือนกับการติดวอลเปเปอร์ใหม่

แต่ถ้าโครงสร้างผนังด้านหลังไม่แข็งแรง

วอลเปเปอร์นั้นก็จะอยู่ได้ไม่นาน

วันนี้ผมจะมาสรุปข้อมูลเกี่ยวกับ Levix กังนัม

สกินบูสเตอร์ตัวใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจในการเข้าถึงชั้น ECM โดยตรงครับ

ทำไมความหนาแน่นของผิวถึงลดลง

การลดลงของความหนาแน่นของผิว

ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเพียงประการเดียว

1) การลดลงของคอลลาเจนและอีลาสติน

เมื่อผ่านช่วงวัย 30 ปี

แหล่งสะสมคอลลาเจนและอีลาสตินภายในผิวจะค่อยๆ ลดลง

เมื่อโครงสร้างรองรับอ่อนแอลง

จะส่งผลให้ผิวชั้นนอกดูบางและแห้งกร้าน

2) การเปลี่ยนแปลงของ ECM (Extracellular Matrix)

ECM คือโครงสร้างซับซ้อนที่เติมเต็มช่องว่าง

ระหว่างคอลลาเจนและอีลาสติน เพื่อให้เซลล์สามารถยึดเกาะและทำงานได้

เป็นพื้นฐานสำคัญของผิว

เปรียบเสมือนวัสดุเติมเต็ม

ที่อยู่ระหว่างสปริงของที่นอนนั่นเองครับ

หากพื้นฐานนี้พังทลายลง ต่อให้สร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่

สภาพแวดล้อมที่จะให้คอลลาเจนไปยึดเกาะก็น้อยลง

ทำให้รู้สึกว่าผลลัพธ์จากการรักษาเห็นผลช้า

3) การสะสมของปัจจัยกระตุ้นภายนอก

รังสียูวี, ฝุ่นละอองขนาดเล็ก, อากาศที่แห้ง,

รวมถึงการผลัดเซลล์ผิวบ่อยเกินไปจนเกิดการสะสม

ทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง ส่งผลให้ผิวขาดน้ำและริ้วรอยเล็กๆ ชัดเจนขึ้น

เมื่อทั้งสามปัจจัยนี้ทำงานร่วมกัน

การดูแลความชุ่มชื้นแค่เพียงผิวชั้นนอก

จึงทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ช้า

Levix กังนัม คืออะไร?

Levix กังนัม คือสกินบูสเตอร์ฟื้นฟูผิวในรูปแบบของเหลว

ที่มีส่วนประกอบหลักจาก hADM (Human Acellular Dermal Matrix,

เนื้อเยื่อผิวหนังมนุษย์แบบไร้เซลล์) เป็นพื้นฐาน

อธิบายให้เข้าใจง่ายคือ ไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณเพื่อให้สร้าง

ผลลัพธ์อย่างคอลลาเจนหรืออีลาสติน

👉 แต่เป็นการเติมเต็ม ECM โดยตรง

ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ทรัพยากรเหล่านั้นจะเข้าไปยึดเกาะภายในผิว

นั่นเองครับนี่คือจุดที่แตกต่างจากสกินบูสเตอร์แบบเดิมๆ

วิวัฒนาการของสกินบูสเตอร์

ตลาดสกินบูสเตอร์ที่ผ่านมา

มีการพัฒนาตามลำดับดังนี้ครับ

รุ่นที่ 1: Hyaluronic Acid (HA) — เติมความชุ่มชื้น

รุ่นที่ 2: PN/PDRN (Rejuran ฯลฯ) — สัญญาณการสร้างคอลลาเจน

รุ่นที่ 3: PDLLA (Juvelook ฯลฯ) — กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

👉

รุ่นที่ 4: ECM Booster (Levix) — เติมเต็ม ECM โดยตรงแต่ละรุ่นมีวิธีการเข้าถึงที่แตกต่างกัน

หากหัตถการแบบเดิมคือการส่งสัญญาณบอกผิวว่า

"ช่วยสร้างแบบนี้ให้หน่อย"

Levix จะเป็นการส่งมอบวัสดุพื้นฐานที่สร้างเสร็จแล้วให้โดยตรง

ซึ่งเป็นวิธีการจ่ายสารอาหารเข้าสู่ผิวโดยตรงมากกว่าครับ

จุดเด่นของ Levix กังนัม

1) เนื้อสัมผัสแบบของเหลวที่มีอนุภาคขนาดเล็กกว่า 50μm

เนื่องจากอนุภาคมีความละเอียดและสม่ำเสมอ

จึงช่วยให้ตัวยากระจายตัวเข้าสู่ผิวได้อย่างทั่วถึง

และเป็นที่ทราบกันดีว่าโอกาสเกิดรอยนูน (Embo)

หลังทำนั้นมีค่อนข้างน้อย

สำหรับผู้ที่เคยทำสกินบูสเตอร์ตัวอื่นแล้ว

กังวลเรื่องรอยเข็มหรือรอยนูนในช่วงไม่กี่วันหลังทำจนไม่กล้าทำต่อ

Levix ถือเป็นทางเลือกที่น่าพิจารณาครับ

2) ความเจ็บปวดขณะฉีดค่อนข้างน้อย

ด้วยคุณสมบัติของเนื้อสัมผัสที่เป็นของเหลว

จึงได้รับการประเมินว่าให้ความรู้สึกนุ่มนวลขณะฉีด

นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่มักจะแนะนำให้กับผู้ที่

กังวลเรื่องความเจ็บปวดจนไม่กล้าทำสกินบูสเตอร์ครับ

3) สามารถผสมกับ HA และตัวยาอื่นๆ ได้

สามารถผสมกับกรดไฮยาลูโรนิก (HA) ที่ใช้ในหัตถการหน้าใส (Mul-gwang)

เพื่อเติมเต็ม ECM ภายในผิวไปพร้อมกับ

การเพิ่มความชุ่มชื้นที่ผิวชั้นนอก

สามารถออกแบบสูตรเฉพาะบุคคล (Customized) ได้ครับ

4) ฟื้นตัวเร็ว กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที

เนื่องจากรอยนูนและอาการบวมมีน้อย

จึงเป็นหัตถการที่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการไปทำงานหรือออกไปข้างนอกในวันรุ่งขึ้น

โปรแกรม Levix กังนัม + Embo Care

ที่ Cleor Clinic สาขากังนัม เรามีขั้นตอนการดูแลต่อเนื่อง

ที่เรียกว่า Embo Care หลังการทำ Levix ครับ

แม้ว่า Levix จะมีรอยนูนน้อยอยู่แล้ว

แต่เพื่อปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนยิ่งขึ้น

เราจึงจัดโปรแกรมที่ช่วยเสริมการดูดซึม

และช่วยจัดระเบียบผิวในบริเวณที่ทำหัตถการร่วมด้วย

เมื่อเพิ่มขั้นตอนนี้เข้าไป การแต่งหน้าในวันถัดไป

หรือการกลับไปใช้ชีวิตประจำวันก็จะราบรื่นยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องกังวลครับ

(สำหรับรายละเอียดขั้นตอนของ Embo Care

จะมีการแจ้งให้ทราบโดยตรงระหว่างการปรึกษาก่อนทำครับ)

เหมาะสำหรับใครบ้าง

Levix กังนัม เป็นทางเลือกที่มักจะถูกพิจารณา

สำหรับผู้ที่มีความกังวลดังต่อไปนี้ครับ

ผู้ที่รู้สึกว่าผิวบางลงและขาดความหนาแน่น

  • ผู้ที่ทาเครื่องสำอางบำรุงผิวอย่างหนักแต่ยังรู้สึกผิวแห้งกร้านจากภายใน

  • ผู้ที่เริ่มสังเกตเห็นริ้วรอยเล็กๆ ชัดเจนขึ้นเวลาแต่งหน้า

  • ผู้ที่กังวลเรื่องความเจ็บปวดหรือรอยนูนจากการทำสกินบูสเตอร์แบบเดิม

  • ผู้ที่อยู่ในช่วงวัยกลาง 30 ถึงต้น 40 ที่ต้องการเสริมสร้างพื้นฐานความแข็งแรงให้ผิว

  • ผู้ที่เคยทำ PN/PDLLA อย่าง Rejuran หรือ Juvelook มาแล้ว และต้องการการดูแลในรูปแบบอื่น

  • อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่เข้าข่ายดังต่อไปนี้

จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เพื่อยืนยันความเป็นไปได้ในการทำหัตถการก่อนครับ

ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

  • ผู้ที่มีการอักเสบหรือมีประวัติเป็นเริมในบริเวณที่จะทำหัตถการ

  • ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง (Autoimmune disease)

  • ผู้ที่มีภาวะผิวหนังเกิดแผลเป็นนูน (Keloid)

  • ผู้ที่กำลังรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด

  • ❗ ข้อควรระวังหลังทำหัตถการ

แม้ Levix จะมีภาระในการพักฟื้นน้อย

แต่ควรดูแลผิวอย่างเบามือในช่วงไม่กี่วันแรกครับ

ในวันที่ทำ โปรดหลีกเลี่ยงการเข้าซาวน่า สปาร้อน การออกกำลังกายอย่างหนัก และการดื่มแอลกอฮอล์

หากอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น อาจทำให้รอยแดงในบริเวณที่ทำหายช้าลงได้

ในช่วงไม่กี่วันหลังทำ ควรทาครีมปลอบประโลมผิว (Soothing Cream)

และครีมฟื้นฟูผิว (Regenerating Cream) ในปริมาณที่เพียงพอ

และควรทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอเมื่อออกไปข้างนอก

ในช่วงประมาณหนึ่งสัปดาห์หลังทำ ควรหลีกเลี่ยงการสครับผิว การผลัดเซลล์ผิว

หรือการใช้เครื่องนวดหน้าแรงๆ

สามารถแต่งหน้าเบาๆ ได้ตั้งแต่วันถัดไปหลังทำ

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ทำหัตถการ การเน้นไปที่การปลอบประโลมผิวจะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดีที่สุดครับ

หลังทำทันทีอาจมีรอยแดงจางๆ ความรู้สึกยิบๆ เล็กน้อย

หรืออาการบวมเล็กน้อยปรากฏขึ้นได้

ส่วนใหญ่จะยุบลงภายในหนึ่งวัน

และมักจะไม่ค่อยเกิดรอยช้ำครับ

หากมีอาการปวดที่ไม่หายไป รู้สึกถึงก้อนแข็ง

หรือมีการเปลี่ยนแปลงของสีผิวที่ผิดปกติ โปรดรีบมาพบแพทย์ทันที

❓ คำถามที่พบบ่อย

Q. ทำเพียงครั้งเดียวจะเห็นความเปลี่ยนแปลงเลยไหม?

A. หลังการทำเพียง 1 ครั้ง

มีผู้รับบริการบางท่านที่สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของเนื้อผิวและโทนสีผิวครับ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการเสริมสภาพแวดล้อม ECM เป็นการให้ผลลัพธ์แบบสะสม

โดยปกติแล้วเมื่อทำประมาณ 3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่าง 3-4 สัปดาห์

จะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในหลายกรณีครับ

Q. แตกต่างจาก Rejuran หรือ Juvelook อย่างไร?

A. วิธีการทำงานแตกต่างกันครับ

Rejuran (PN/PDRN) คือการส่งสัญญาณเพื่อฟื้นฟูเซลล์ที่เสียหาย

ส่วน Juvelook (PDLLA) คือการกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนผ่านปฏิกิริยาของร่างกายต่อสารแปลกปลอม

แต่ Levix คือการเติมส่วนประกอบของ ECM เข้าไปโดยตรงครับ

หัตถการทั้งสามอย่างนี้ไม่ใช่สิ่งที่ใช้ทดแทนกันได้ แต่เป็นวิธีการเข้าถึงที่ต่างกัน

ในบางกรณีจึงมีการใช้ร่วมกันเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นครับ

Q. รอยนูน (Embo) น้อยจริงไหม?

A. ตามข้อมูลการค้นคว้า

ด้วยคุณสมบัติของเนื้อของเหลวที่มีอนุภาคขนาดเล็ก 50μm

จึงเป็นที่ทราบกันว่ามีโอกาสเกิดรอยนูนน้อยกว่าสกินบูสเตอร์แบบเดิมครับ

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล

และปริมาณที่ใช้ จึงไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์ที่เหมือนกันได้ทั้งหมดครับ

Q. เจ็บมากไหม?

A. หลังจากแปะยาชาในปริมาณที่เพียงพอแล้ว

ด้วยลักษณะของเนื้อของเหลวที่ฉีดได้นุ่มนวล

จึงได้รับการประเมินว่ามีความเจ็บปวดน้อยกว่าเมื่อเทียบกับสกินบูสเตอร์ตัวอื่นๆ ครับ

Q. ผลลัพธ์มักจะอยู่ได้นานแค่ไหน?

A. ระยะเวลาของผลลัพธ์

ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคลและจำนวนครั้งที่ทำสะสมครับ

จึงเป็นการยากที่จะรับประกันระยะเวลาที่แน่นอน

และเป็นหัตถการที่แนะนำให้ทำซ้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาผลลัพธ์ครับ

Q. ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นมีอะไรบ้าง?

A. อาจมีรอยแดงชั่วคราว อาการบวมเล็กน้อย

อาการกดเจ็บ หรือความรู้สึกเหมือนมีก้อนเล็กๆ ในบริเวณที่ทำได้ครับ

มีรายงานการพบปฏิกิริยาแพ้ได้ในกรณีที่พบได้ยาก

ดังนั้นการปรึกษาแพทย์ก่อนทำและการสังเกตอาการหลังทำจึงเป็นสิ่งสำคัญครับ

ความรู้สึกที่ผิวบางลงและดูแห้งกร้าน

เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยากจะแก้ไขได้ด้วยเครื่องสำอางบำรุงผิวเพียงอย่างเดียว

เหมือนกับการเปลี่ยนวอลเปเปอร์บ่อยๆ แต่ถ้าผนังด้านหลังอ่อนแอ

ผลลัพธ์ก็จะอยู่ได้ไม่นาน การเข้าถึงโดยการเสริมสร้าง ECM ซึ่งเป็นพื้นฐานของผิว

จึงเป็นวิธีที่ช่วยสร้างความแตกต่างของผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนในหลายกรณีครับ

หากคุณกำลังพิจารณา Levix กังนัม

แทนที่จะตัดสินใจในทันที ผมแนะนำให้พิจารณาจากความหนาและความหนาแน่นของผิว

รวมถึงประวัติการทำหัตถการที่ผ่านมา เพื่อกำหนดทิศทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุดครับ

ที่ Cleor Clinic สาขากังนัม

เราจะช่วยออกแบบขั้นตอนการรักษาโดยพิจารณาทั้งความหนาของผิว ความหนาแน่น

ปัญหาผิวที่เผชิญอยู่ และประวัติการทำหัตถการร่วมกันครับ

ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรม Levix เดี่ยว, สูตรผสม HA หรือโปรแกรมร่วมกับ Embo Care

เราพร้อมจะช่วยแนะนำทิศทางที่เหมาะสมกับผิวของคุณที่สุดครับ

นอกจาก Levix แล้ว ที่สาขากังนัมยังมีไลน์อัปสกินบูสเตอร์ที่หลากหลาย เช่น Rejuran, Juvelook, Mul-gwang

รวมถึงหัตถการยกกระชับ (Lifting) เพื่อเสริมความยืดหยุ่น และไลน์อัปการดูแลเม็ดสีผิวด้วยครับ

สำหรับท่านที่ต้องการปรับภาพลักษณ์และภาพรวมของใบหน้าให้ดูดีขึ้น

สามารถรับคำแนะนำเพิ่มเติมได้เมื่อมาเยือนคลินิกครับ

หากคุณกังวลเรื่องความหนาแน่นของผิวและอาการผิวแห้งกร้าน

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Cleor Clinic สาขากังนัม ได้อย่างสบายใจครับ

※ เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับหัตถการ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล อาจเกิดผลข้างเคียงได้ โปรดปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจรับบริการ

방문 시 함께 안내받으실 수 있습니다.

피부 밀도와 속건조가 신경 쓰이신다면

클레오르의원 강남점으로 편하게 문의 주세요.

※ 본 콘텐츠는 일반적인 시술 정보 안내 목적으로 작성되었으며 시술 결과는 개인 상태에 따라 달라질 수 있습니다. 부작용이 발생할 수 있고 자세한 사항은 진료 시 의료진과 충분히 상의해주시기 바랍니다.