
สวัสดีค่ะ
ดิฉัน พญ.ข้อมูลฮวัง จาก Cleor Clinic สาขา Gangnam ค่ะ
เคยรู้สึกไหมคะว่า แม้จะขยันลงแอมพูลและครีมราคาแพงแค่ไหน
แต่สภาพผิวก็ดูไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่?
"ใช้สกินแคร์ที่ว่าดีมาหมดแล้วก็ไม่เห็นความแตกต่างเลย
สงสัยว่าสารบำรุงซึมเข้าสู่ผิวได้จริงไหม
และอยากทราบว่ามีวิธีดูแลผิวที่ต้นเหตุจากทางคลินิกบ้างหรือเปล่า"
นี่เป็นสิ่งที่หลายท่านสงสัยกันจริงๆ ค่ะ
โดยทั่วไปแล้ว สารสำคัญในเครื่องสำอางมักถูกกั้นด้วยชั้นขี้ไคลและชั้นไขมันบนผิวหนัง
ทำให้สัดส่วนที่ซึมลึกลงไปถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) มีน้อยมาก
ด้วยข้อจำกัดนี้ ต่อให้เป็นสารบำรุงที่ดีแค่ไหน การดูแลที่บ้าน (Home care)
ก็มักจะยากที่จะเห็นผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงถึงระดับโครงสร้างผิว
แนวทางที่ช่วยแก้ข้อจำกัดนี้ด้วยการดูแลที่คลินิกคือ Gangnam Lalazyme ค่ะ
วันนี้จะมาอธิบายว่าการดูแลแบบ LHALALA Peel และ Iontozyme ทำงานร่วมกันอย่างไร
และทำไมการทำทั้งสองอย่างควบคู่กันถึงให้ผลลัพธ์ที่ทรงพลังกว่าการทำแยกกันค่ะ

Gangnam Lalazyme คืออะไร
👉 Gangnam Lalazyme คือวิธีการที่เริ่มจากการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกด้วย LHALALA Peel จากนั้นจึงส่งผ่านสารบำรุงเข้าสู่ชั้นหนังแท้ที่ลึกขึ้นด้วย Iontozyme
เป็นการดูแลระดับพรีเมียมที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มอัตราการดูดซึมสารบำรุงให้สูงสุด
Lalazyme ไม่ใช่การทำทรีตเมนต์แยกกันสองอย่าง
แต่ถูกออกแบบมาให้ทำตามลำดับคือ ผลัดเซลล์ผิว (LHALALA Peel) → ส่งผ่านสารบำรุง (Iontozyme)
ซึ่งเป็นทิศทางที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการซึมผ่านของสารบำรุงให้ถึงขีดสุด
การทำตามลำดับที่กำหนดไว้ให้ผลลัพธ์ความพึงพอใจที่สูงกว่า
การทำแยกกันอย่างเห็นได้ชัดค่ะ
ที่สาขา Gangnam เราเปิดให้บริการ Lalazyme Premium Aesthetic
ในรูปแบบตัวเลือกรายครั้งค่ะ

ขั้นตอนที่ 1 · LHALALA Peel - เปิดทางให้สารบำรุงด้วยการผลัดเซลล์ผิว
👉 LHALALA Peel เป็นการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนด้วยสาร LHA เพื่อขจัดเซลล์ผิวชั้นนอกที่ตายแล้วออกอย่างนุ่มนวล
เป็นขั้นตอนแรกที่ช่วยเปิดช่องทางให้สารบำรุงจาก Iontozyme ในขั้นตอนถัดไปซึมเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้น
บทบาทและข้อจำกัดของเซลล์ผิวชั้นนอก
ชั้นขี้ไคลมีหน้าที่ปกป้องผิวจากสิ่งเร้าภายนอก แต่ในขณะเดียวกัน
ก็เป็นตัวกั้นไม่ให้สารบำรุงซึมเข้าสู่ผิวได้เช่นกัน
เมื่อเซลล์ผิวชั้นนอกหนาขึ้น สารบำรุงอย่างแอมพูลหรือวิตามิน
มักจะค้างอยู่แค่บนผิวชั้นนอกและระเหยไปโดยไม่ถูกดูดซึม
การดูแลอย่างอ่อนโยนของ LHALALA Peel
LHALALA Peel ใช้สาร LHA (Lipo Hydroxy Acid) ในการผลัดเซลล์ผิว
เป็นสารที่มีความระคายเคืองต่ำกว่าการผลัดเซลล์ผิวกลุ่ม AHA/BHA ทั่วไป
แต่มีประสิทธิภาพสูงในการผลัดเซลล์ผิวและดูแลรูขุมขน
เนื่องจากมีความอ่อนโยน จึงมักใช้เป็นทรีตเมนต์ผลัดเซลล์ผิวครั้งแรกสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย
เตรียมพร้อมสำหรับการซึมผ่านของสารบำรุง
ผิวที่ผ่านการผลัดเซลล์แล้วจะอยู่ในสภาพที่สารบำรุงจาก Iontozyme ในขั้นตอนถัดไป
สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น
แม้การทำ LHALALA Peel เพียงอย่างเดียวจะช่วยเรื่องการผลัดเซลล์และรูขุมขนได้
แต่จะเกิดผลลัพธ์ที่ทรงพลังที่สุดเมื่อทำร่วมกับ Iontozyme ค่ะ
ขั้นตอนที่ 2 · Iontozyme - ส่งผ่านสารบำรุงสู่ชั้นหนังแท้ที่ลึกขึ้น
👉 Iontozyme เป็นการดูแลที่ใช้ทั้งกระแสไฟฟ้า (Iontophoresis) และคลื่นอัลตราซาวด์ (Sonophoresis) เพื่อส่งผ่านสารบำรุงเข้าสู่ชั้นหนังแท้ที่ลึกขึ้น
สร้างอัตราการซึมผ่านที่การดูแลที่บ้านไม่สามารถทำได้
หลักการของ Iontozyme
Iontozyme ใช้เทคโนโลยีสองอย่างพร้อมกัน
Iontophoresis:
เป็นการใช้กระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ผลักสารบำรุงที่แตกตัวเป็นไอออนเข้าสู่ผิว
Sonophoresis:
ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความถี่ต่ำสร้างช่องว่างขนาดเล็กบนชั้นไขมันของผิว
เพื่อสร้างสภาวะที่สารบำรุงสามารถผ่านเข้าไปได้
เมื่อหลักการทั้งสองทำงานร่วมกัน
สารบำรุงอย่างวิตามิน C, A (Retinol), E และ AHA จะถูกส่งผ่านเข้าสู่ชั้นหนังแท้ที่ลึกขึ้น
อัตราการซึมผ่าน - ความแตกต่างที่สำคัญจากการดูแลที่บ้าน
การทาวิตามินด้วยเครื่องสำอางทั่วไปมักถูกกั้นด้วยชั้นไขมันบนผิว
ทำให้สัดส่วนที่ซึมเข้าสู่ผิวจริงมีน้อยมาก
การใช้ Iontozyme ช่วยให้อัตราการซึมผ่านของวิตามินที่ละลายในน้ำ
เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับการทาปกติ
ความแตกต่างของอัตราการซึมผ่านนี้คือช่องว่างสำคัญระหว่างการดูแลที่บ้านและการดูแลที่คลินิกค่ะ
ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้จาก Lalazyme
- ปรับผิวขาวกระจ่างใส·ลดฝ้า·จุดด่างดำ (วิตามิน C)
- กระตุ้นคอลลาเจน·ลดเลือนริ้วรอย (วิตามิน A·Retinol)
- ชะลอวัย·ลดผลกระทบจากแสงแดด (วิตามิน E)
- ฟื้นฟูผิว·ปรับโทนสีผิว
- คืนความชุ่มชื้น·ความยืดหยุ่น

ทำไมการทำทั้งสองอย่างควบคู่กันถึงทรงพลังกว่าการทำแยกกัน
👉 เมื่อผลัดเซลล์ผิวด้วย LHALALA Peel แล้วทำ Iontozyme ต่อ อัตราการซึมผ่านของสารบำรุงจะสูงกว่าการทำแยกกันมาก
และผลลัพธ์ที่เสริมกันของทั้งสองทรีตเมนต์จะเป็นตัวกำหนดความพึงพอใจค่ะ
ข้อจำกัดของการทำแยกกัน
ทำ LHALALA Peel เพียงอย่างเดียว:
ผิวจะเรียบเนียนขึ้นจากการผลัดเซลล์ผิว แต่หากไม่มีการเติมสารบำรุงหลังจากนั้น ก็ยากที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงถึงระดับโครงสร้างผิว
ทำ Iontozyme เพียงอย่างเดียว:
สามารถส่งผ่านสารบำรุงได้ แต่หากเซลล์ผิวชั้นนอกหนา ช่องทางซึมผ่านจะแคบลง ทำให้ประสิทธิภาพลดลง
ผลัดเซลล์ผิวด้วย LHALALA Peel → ส่งผ่านสารบำรุงด้วย Iontozyme
เมื่อทำตามลำดับนี้ สารบำรุงจะเข้าถึงชั้นหนังแท้ที่ลึกขึ้นในผิวที่ผ่านการเตรียมพร้อมแล้ว
การรวมกันของช่องทางที่เปิดกว้าง + เทคโนโลยีการส่งผ่านที่ทรงพลัง
จึงเป็นวิธีที่ให้ผลลัพธ์ที่มั่นคงและเห็นผลชัดเจนกว่าการทำแยกกันค่ะ
แม้การทำเพียงครั้งเดียวจะสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของผิวและโทนสี
แต่การทำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยสะสมผลลัพธ์และนำไปสู่การปรับปรุงสภาพผิวจากต้นเหตุ
จึงแนะนำให้ทำเป็นกิจวัตรการดูแลผิวอย่างต่อเนื่องค่ะ
ที่สาขา Gangnam เราเปิดให้บริการ Lalazyme Premium Aesthetic ในรูปแบบรายครั้ง
และสามารถทำเป็นประจำตามสภาพผิวและเป้าหมายการดูแลของแต่ละท่านได้
โดยทั่วไปหากทำต่อเนื่องทุก 2-4 สัปดาห์
สภาพผิวจะได้รับการดูแลอย่างมั่นคง
แม้จะสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของโทนสีและผิวสัมผัสทันทีหลังทำ
แต่ผลลัพธ์จะยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อทำอย่างต่อเนื่องค่ะ
เราจะร่วมวางแผนสภาพผิว เป้าหมาย และจำนวนครั้งในการทำผ่านการปรึกษาก่อนเริ่มทรีตเมนต์ค่ะ
Lalazyme เหมาะกับใคร
ผู้ที่รู้สึกว่าสกินแคร์ไม่ค่อยซึมเข้าผิว
ผู้ที่ต้องการดูแลทั้งผิวสัมผัส โทนสี และความชุ่มชื้นไปพร้อมกัน
ผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาผิวขาวกระจ่างใส ฝ้า และจุดด่างดำ
ผู้ที่ต้องการการดูแลแบบมืออาชีพเนื่องจากการดูแลที่บ้านมีข้อจำกัด
ผู้ที่ต้องการจัดการปัญหาเซลล์ผิวและปัญหาการซึมผ่านของสารบำรุงไปพร้อมกัน
ผู้ที่ต้องการสร้างกิจวัตรการดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ
ผลข้างเคียงและสิ่งที่ควรทราบก่อนทำ Gangnam Lalazyme
👉 Gangnam Lalazyme เป็นทรีตเมนต์ระดับพรีเมียมที่มีความระคายเคืองต่ำ แต่ปฏิกิริยาเริ่มต้นอาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวและความไวของแต่ละบุคคล
หลังทำทันทีอาจมีรอยแดงเล็กน้อยหรือมีขุยละเอียดเกิดขึ้นได้ในช่วง 2-3 วันแรก
โดยทั่วไปจะหายไปเองภายใน 1 วัน
สำหรับผิวแพ้ง่าย อาจมีปฏิกิริยาเล็กน้อยต่อเนื่องได้สองสามวัน
สาร LHA ในขั้นตอน LHALALA Peel มีความอ่อนโยน
แต่อาจเกิดปฏิกิริยาในผู้ที่มีผิวบอบบางมากในการทำครั้งแรก
เราจะปรับระดับความเข้มข้นให้เหมาะสมกับสภาพผิวของท่านในการปรึกษาก่อนทำ
ขั้นตอน Iontozyme ใช้กระแสไฟฟ้าและคลื่นอัลตราซาวด์
จึงอาจรู้สึกถึงการกระตุ้นเล็กน้อยระหว่างทำได้ในบางกรณี แต่ถือว่าอยู่ในระดับที่สบายผิวค่ะ
เนื่องจากเป็นการดูแลต่อเนื่อง ผลลัพธ์จะเน้นไปที่การรักษาสภาพผิวให้มั่นคงในระยะยาวมากกว่าการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลันเพียงครั้งเดียว
หากท่านอยู่ในกลุ่มต่อไปนี้ อาจต้องงดการทำหรือ
จำเป็นต้องแจ้งให้เราทราบก่อนเริ่มทรีตเมนต์:
กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
มีอาการติดเชื้อ บาดแผล หรือเริมบริเวณที่จะทำ
เพิ่งผ่านการทำเลเซอร์หรือการผลัดเซลล์ผิวที่รุนแรงมาเร็วๆ นี้
มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรือวัสดุโลหะฝังในร่างกาย
มีสิวอักเสบรุนแรงหรือผิวหนังอักเสบ
มีประวัติแพ้สารบางชนิด
กำลังรับประทานยาไอโซเทรติโนอิน (ยาควบคุมความมัน)
⚠️ ข้อควรระวังก่อนและหลังทำ Lalazyme
👉 Lalazyme เป็นโปรแกรมที่ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานขึ้นอยู่กับการดูแลความชุ่มชื้นและการป้องกันแสงแดดหลังทำค่ะ
❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. เห็นผลลัพธ์ของ Lalazyme ตั้งแต่เมื่อไหร่?
สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของโทนสีและผิวสัมผัสได้ทันทีหลังทำค่ะ

หากทำต่อเนื่องทุก 2-4 สัปดาห์ สภาพผิวจะค่อยๆ มั่นคงขึ้น
โปรแกรมนี้เน้นการสะสมผลลัพธ์จากการทำต่อเนื่องมากกว่าการทำเพียงครั้งเดียวค่ะ
Q. ต่างจากการดูแลที่บ้านอย่างไร?
หากการดูแลที่บ้านเน้นที่ผิวชั้นนอก
Lalazyme คือการดูแลแบบบูรณาการที่เข้าถึงชั้นหนังแท้ ตั้งแต่การผลัดเซลล์ผิวไปจนถึงการส่งผ่านสารบำรุงด้วยไอออน
โดยเฉพาะขั้นตอน Iontozyme เป็นวิธีส่งผ่านสารบำรุงที่การดูแลที่บ้านทำไม่ได้ จึงเป็นจุดเด่นของการดูแลแบบมืออาชีพค่ะ
Q. ต่างจากการทำ LHALALA Peel อย่างเดียวอย่างไร?
LHALALA Peel อย่างเดียวจะเน้นที่การผลัดเซลล์ผิวและดูแลรูขุมขน
Lalazyme คือการส่งผ่านสารบำรุงเข้าสู่ชั้นหนังแท้ด้วย Iontozyme บนผิวที่ผ่านการเตรียมพร้อมแล้ว ความแตกต่างสำคัญคือการเสริมประสิทธิภาพของสารบำรุงค่ะ
Q. ทำร่วมกับทรีตเมนต์อื่นได้ไหม?
ได้ค่ะ
มักใช้ร่วมกับการทำเลเซอร์หรือทรีตเมนต์ยกกระชับ
เพื่อปลอบประโลมผิวและดูแลสภาพผิวหลังทำ
ลำดับและระยะห่างของการทำจะถูกกำหนดให้เหมาะสมที่สุดในการปรึกษาก่อนเริ่มค่ะ
Q. ต้องทำกี่ครั้ง?
สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงทันทีตั้งแต่ครั้งแรก
แต่การทำต่อเนื่องจะช่วยให้ผลลัพธ์สะสมและปรับปรุงสภาพผิวจากต้นเหตุ การทำเป็นกิจวัตรจึงให้ความพึงพอใจสูงสุดค่ะ
Q. แต่งหน้าได้ทันทีหลังทำไหม?
สามารถแต่งหน้าอ่อนๆ ได้ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ทำค่ะ
แนะนำให้หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่ระคายเคืองหรือการคลีนซิ่งที่รุนแรงในช่วง 2-3 วันแรกเพื่อให้ผลลัพธ์คงที่ค่ะ
Q. ผิวแพ้ง่ายทำได้ไหม?
แต่ละขั้นตอนของ Lalazyme มีความระคายเคืองต่ำ
สำหรับผิวแพ้ง่าย เราจะปรับระดับความเข้มข้นให้เหมาะสมในการปรึกษาก่อนทำ
และแนะนำให้เริ่มจากระดับความเข้มข้นต่ำในการทำครั้งแรกค่ะ
ต่อให้เป็นเครื่องสำอางที่มีสารบำรุงที่ดีแค่ไหน หากถูกกั้นด้วยชั้นขี้ไคลและชั้นไขมัน
สารบำรุงก็มักจะระเหยไปโดยไม่ซึมเข้าสู่ผิว
แนวทางที่ช่วยแก้ข้อจำกัดนี้ด้วยการดูแลที่คลินิกคือ Gangnam Lalazyme ค่ะ
เริ่มจากการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกด้วย LHALALA Peel อย่างนุ่มนวล
จากนั้นใช้เทคโนโลยีไฟฟ้าและคลื่นอัลตราซาวด์ของ Iontozyme
เพื่อส่งผ่านสารบำรุงเข้าสู่ชั้นหนังแท้ที่ลึกขึ้น

การทำ Lalazyme ตามลำดับและขั้นตอนที่กำหนด
มีประสิทธิภาพในการดูดซึมสารบำรุงและความมั่นคงของผลลัพธ์สูงกว่าการทำแยกกันมากค่ะ
ที่สาขา Gangnam เราเปิดให้บริการ Lalazyme Premium Aesthetic ในรูปแบบรายครั้ง
เราจะช่วยตรวจสอบแนวทางที่เหมาะสมกับสภาพผิวและเป้าหมายของท่าน
ในระหว่างการปรึกษาค่ะ
หากท่านต้องการการดูแลถึงชั้นหนังแท้ที่การดูแลที่บ้านเข้าไม่ถึง
เชิญแวะมาที่ Cleor Clinic สาขา Gangnam ได้โดยไม่ต้องกังวลค่ะ
แม้จะยังไม่ได้ตัดสินใจทำทรีตเมนต์ ท่านก็สามารถเข้ามาปรึกษาเพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับสภาพผิวของท่านได้ค่ะ
※ เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไป ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
โปรดปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อการวินิจฉัยและการตัดสินใจทำทรีตเมนต์ที่ถูกต้อง
▼ ดูแลผิวกับ Cleor ▼
https://gangnam.cleorclinic.com/ko/treatments/피부관리%20·%20수액/피부관리/라라자임
▼ บทความที่น่าสนใจ ▼
https://gangnam.cleorclinic.com/ko/about/posts/OJVcgoAINz5t421O839x
시술 결정 전이라도 사전 진료를 통해
본인 피부 상태와 어울리는 회차 계획을 함께 살펴보실 수 있습니다.
※ 본 내용은 일반적인 정보 제공을 위한 글이며, 개인에 따라 결과는 달라질 수 있습니다.
정확한 진단과 시술 여부는 전문의 상담을 통해 결정하시기 바랍니다.
▼ 클레오르 피부관리 ▼
https://gangnam.cleorclinic.com/ko/treatments/피부관리%20·%20수액/피부관리/라라자임
▼ 함께 보면 좋은 칼럼 ▼
https://gangnam.cleorclinic.com/ko/about/posts/OJVcgoAINz5t421O839x
