ก่อนฉีด Rejuran ที่สถานีคังนัม โปรดตรวจสอบ 3 สิ่งนี้!

4 กุมภาพันธ์ 2569


สวัสดีค่ะ!
ดิฉันคือ นพ. โจ โฮวาน ผู้อำนวยการ Cleor สาขากังนัมค่ะ


รีวิวอาการเจ็บหลังฉีด Rejuran ที่กังนัม ทำไมแต่ละคนถึงพูดไม่เหมือนกัน?
"บางคนบอกไม่เจ็บเลย บางคนบอกเจ็บมาก สรุปแล้วอะไรคือเรื่องจริง?"

เวลาให้คำปรึกษาเรื่อง Rejuran ที่กังนัม มักจะเจอกับคำถามนี้บ่อยมากค่ะ
ยิ่งค้นหารีวิวก็ยิ่งสับสนใช่ไหมคะ!

วันนี้เลยจะมาอธิบาย 3 เรื่องที่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Rejuran ค่ะ

ความเข้าใจผิดที่ 1: Rejuran เป็นหัตถการที่เจ็บอยู่แล้ว?

👉 ถูกครึ่ง ผิดครึ่งค่ะ

เนื่องจาก Rejuran เป็นการฉีดเข้าไปในชั้นผิวหนังแท้ตื้นๆ หลายครั้ง จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้สึกระคายเคืองเลย
แต่จะบอกว่า "เจ็บอยู่แล้ว" ก็ไม่ได้ เพราะมีตัวแปรเยอะมากค่ะ

ตัวอย่างเช่น
ใช้ยาชามากแค่ไหน ฉีดบริเวณไหน ฉีดช้าแค่ไหน
ถ้า 3 สิ่งนี้ต่างกัน หัตถการเดียวกันก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันได้เลยค่ะ

นี่คือเหตุผลที่รีวิวอาการเจ็บแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ
ไม่ใช่ว่า "Rejuran เจ็บ" แต่"ฉีดอย่างไร" ต่างหากคือประเด็นสำคัญค่ะ

เวลาทำหัตถการ ดิฉันจะให้เวลากับการทายาชาอย่างน้อย 30 นาที และบริเวณที่
บอบบาง เช่น รอบดวงตา จะลดความเร็วลงครึ่งหนึ่งค่ะ
ถ้าทำแบบนี้ หลายคนจะบอกว่า "ดีกว่าที่คิดไว้เยอะเลย" ค่ะ

ความเข้าใจผิดที่ 2: ฉีดแล้วจะเห็นผลเลย?

หลายคนสับสนกับฟิลเลอร์ค่ะ
ฟิลเลอร์คือหัตถการที่เติมเต็มวอลลุ่มเพื่อเปลี่ยนรูปทรง


ในทางกลับกัน Rejuran คือหัตถการที่ส่วนผสม PN จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากภายในผิว ช่วยฟื้นฟู
ไม่ใช่การเติมเต็ม แต่เป็นการปรับสภาพผิวให้ดีขึ้นค่ะ

ดังนั้น หลังทำหัตถการทันทีจะยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง แต่หลังจากนั้นประมาณ 2 สัปดาห์ ความสามารถในการกักเก็บความชุ่มชื้นจะดีขึ้น และ
วงจรการผลัดเซลล์ผิวจะเริ่มคงที่

ถ้าให้ยืมคำพูดของคนไข้ "หลังล้างหน้าแล้วผิวไม่แห้งตึง",
"เครื่องสำอางติดทนนานขึ้น", "ผิวเรียบเนียนขึ้น" ประมาณนี้ค่ะ

ถ้าอยากเห็นผลลัพธ์ทันที อาจจะไม่เหมาะค่ะ
"ไม่รู้ว่าคืออะไร แต่ช่วงนี้ผิวดูดีขึ้นนะ"
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการการปรับปรุงอย่างเป็นธรรมชาติแบบนี้ค่ะ

ความเข้าใจผิดที่ 3: มีปัญหาผิว ต้อง Rejuran ก่อนเลย?

ช่วงนี้ Rejuran เป็นที่รู้จักกันมากขึ้น ทำให้หลายคนที่มีปัญหาผิว
ค้นหา Rejuran ก่อนเลย
แต่ถ้าพูดตามตรง ในหลายๆ กรณี Rejuran ไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องค่ะ

ถ้าปัญหาหลักคือฝ้า กระ หรือปัญหาเม็ดสี? เลเซอร์มาก่อนค่ะ
ถ้ากังวลเรื่องกรอบหน้าหรือแก้มหย่อนคล้อย? ต้องดูเรื่องการยกกระชับค่ะ
ถ้าตอนนี้กำลังมีสิวขึ้นเยอะ? ควรถอยเวลาก่อนค่ะ

Rejuran เหมาะสำหรับคนเหล่านี้ค่ะ!

✔️คนที่ล้างหน้าแล้วรู้สึกหน้าแห้งตึงทันที
✔️คนที่เครื่องสำอางชอบตกร่องหรือไม่ติดทน
✔️คนที่มีริ้วรอยเล็กๆ ที่เกิดจากความแห้งกร้าน
✔️คนที่มีผิวบอบบางที่ฟื้นตัวช้าหลังทำเลเซอร์

หลังทำหัตถการ 2-3 วันแรก:

อาจมีรอยเข็ม บวมเล็กน้อย รู้สึกไม่เรียบเนียน3-5 วัน:
ส่วนใหญ่จะดีขึ้น และคนที่ช้ำอาจจะต้องรอประมาณ 5-7 วันค่ะข้อควรระวังหลังทำ Rejuran ง่ายๆ ค่ะ

งดดื่มแอลกอฮอล์ ซาวน่า และออกกำลังกายอย่างหนักในวันนั้น บำรุงผิวและทาครีมกันแดดให้มากกว่าปกติ

ถ้าผ่านไปหลายวันแล้วรอยแดงยังไม่หายไป โปรดมาพบแพทย์
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)



ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

โดยปกติคือ 3-6 เดือนค่ะ ถ้าดูแลอย่างสม่ำเสมอ อาจจะนานกว่านั้น

สามารถฉีดในฤดูร้อนได้ไหม?

ไม่ว่าฤดูไหนก็ทำได้ค่ะ แต่หลังทำหัตถการ ควรทาครีมกันแดดให้ละเอียดกว่าปกติ

ทำไมราคาแต่ละโรงพยาบาลถึงต่างกัน?

ขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์ ปริมาณ บริเวณที่ทำหัตถการ และใครเป็นคนทำค่ะ

สามารถดื่มแอลกอฮอล์ในวันที่ทำหัตถการได้ไหม?

ควรงดค่ะ อาจทำให้เกิดรอยช้ำหรือบวมมากขึ้น

การปรึกษาที่ Cleor สาขากังนัม ดำเนินการตามลำดับดังนี้

ก่อนอื่น ตรวจสอบสภาพผิว จากนั้นพูดคุยกันว่ากังวลตรงไหนมากที่สุด

ถ้าคิดว่า Rejuran เหมาะสม จะทำเดี่ยวๆ หรือทำร่วมกับหัตถการอื่น จะกำหนดขอบเขตถึงไหน
โดยปกติจะทำทุกๆ 2-4 สัปดาห์ และปรับเปลี่ยนตามปฏิกิริยาของผิว

Rejuran เป็นหัตถการที่คนที่เหมาะสมจะพึงพอใจอย่างแน่นอนค่ะ

แต่ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกปัญหาผิว

ดังนั้น ดิฉันจะอธิบายก่อนที่จะแนะนำให้ทำหัตถการ

เหมาะกับผิวของตัวเองหรือไม่ จังหวะเวลาเหมาะสมหรือไม่ จะจัดการความเจ็บปวดอย่างไร
ทำความเข้าใจในส่วนนี้ให้เพียงพอก่อนตัดสินใจก็ยังไม่สายค่ะ
Rejuran ที่กังนัม ถ้ามีส่วนที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการค้นหาอย่างเดียว โปรดมาปรึกษาได้เลยค่ะ

จะบอกตามตรงไม่อวยค่ะ^^
과장 없이 있는 그대로 말씀드리겠습니다^^