ผลลัพธ์ของ Sculptra ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อสร้างวอลลุ่มที่เป็นธรรมชาติ

6 กรกฎาคม 2569

สวัสดีค่ะ

ดิฉัน พญ.ข้อมูลฮวัง จาก Cleor Clinic สาขา Gangnam ค่ะ

เคยไหมคะที่ส่องกระจกแล้วเห็นร่องแก้มและแก้มตอบจนทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า

แต่ก็กังวลว่าการฉีดฟิลเลอร์จะทำให้หน้าดูบวมเกินไป

และอยากได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ จึงลองมองหาวิธีอื่นดูบ้าง?

"เคยฉีดฟิลเลอร์เติมร่องแก้มแล้วรู้สึกไม่ชอบที่มันดูบวมไม่เป็นธรรมชาติ

อยากได้ตัวเลือกที่ค่อยๆ ปรับสภาพให้ดูเป็นธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ"

การสูญเสียปริมาตรบนใบหน้าไม่ใช่แค่เรื่องของไขมันที่ลดลงเท่านั้น

แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงในหลายระดับ ทั้งการลดลงของคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ การเคลื่อนตัวของชั้นไขมันบนใบหน้า

ไปจนถึงการสลายตัวของกระดูกค่ะ

ฟิลเลอร์นั้นเน้นการเติมเต็มทันทีด้วยตัวสารเอง

แต่เมื่อเวลาผ่านไปสารจะค่อยๆ สลายตัวไป

เหตุผลที่หลายคนหันมาสนใจวิธีที่เน้นการสร้างคอลลาเจนของตัวเองโดยไม่ทิ้งสารตกค้าง

จึงเป็นที่นิยมมากขึ้นค่ะ

แนวทางการกระตุ้นคอลลาเจนด้วยตัวเองแบบนี้คือผลลัพธ์ของ Sculptra ค่ะ

วันนี้ดิฉันจะมาสรุปให้ฟังว่า Sculptra มีหลักการทำงานอย่างไร

แตกต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร และมีการจัดการผลข้างเคียงเรื่องก้อนนูนอย่างไรค่ะ

ผลลัพธ์ของ Sculptra ที่ Gangnam เป็นอย่างไร?

👉 ผลลัพธ์ของ Sculptra คือการที่อนุภาคขนาดเล็กของ PLLA (Poly-L-Lactic Acid) จากบริษัท Galderma ประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกฉีดเข้าไปในชั้นหนังแท้เพื่อกระตุ้นไฟโบรบลาสต์

เป็นการทำหัตถการประเภทสารกระตุ้นคอลลาเจน (Biostimulator) ค่ะ

Sculptra จัดอยู่ในกลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจน ไม่ใช่ฟิลเลอร์ค่ะ

เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจากทั้ง US FDA และ อย. เกาหลี

มีส่วนประกอบหลักคือ PLLA ซึ่งใช้เป็นไหมละลายทางการแพทย์มานานกว่า 30 ปี

โดยมีอนุภาคขนาดเล็ก 40-60 ไมโครเมตรที่จะเข้าไปในชั้นหนังแท้

และมีกลไกการทำงานในการกระตุ้นปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอม (foreign-body giant cell reaction)

ในระหว่างกระบวนการนี้ ไฟโบรบลาสต์จะถูกกระตุ้นและเริ่มสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมา

แม้ตัวสารที่ฉีดจะสลายตัวไปตามเวลา

แต่คอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่จะเป็นตัวช่วยสร้างปริมาตรให้กับใบหน้าค่ะ

จุดที่ Sculptra แตกต่างจากฟิลเลอร์

👉 Sculptra มีหลักการทำงานที่ต่างจากการเติมเต็มปริมาตรทันทีของฟิลเลอร์ โดยเป็นหัตถการที่เน้นให้คอลลาเจนของตัวเองค่อยๆ เข้ามาแทนที่เมื่อเวลาผ่านไปค่ะ

  • วิธีการคงอยู่ของสาร — ตกค้าง vs สลายตัว

ฟิลเลอร์คือสารอย่างไฮยาลูโรนิกแอซิดหรือ CaHA ที่ตัวสารเอง

จะคงอยู่ในผิวเพื่อสร้างปริมาตร

ส่วน Sculptra นั้น สารหลักอย่าง PLLA จะถูกขับออกจากร่างกายภายในเวลาประมาณ 1 สัปดาห์หลังทำ

และเหลือเพียงคอลลาเจนที่ร่างกายสร้างขึ้นใหม่เพื่อคงปริมาตรไว้ค่ะ

  • ช่วงเวลาที่เห็นผล — ทันที vs ค่อยเป็นค่อยไป

ฟิลเลอร์เป็นกลุ่มที่เห็นผลทันทีหลังทำ

ส่วน Sculptra จะเริ่มมีการสังเคราะห์คอลลาเจนหลังทำประมาณ 4-6 สัปดาห์

และจะค่อยๆ เห็นผลชัดเจนขึ้นในช่วง 2-3 เดือนค่ะ

ปริมาตรที่ดูนูนขึ้นทันทีหลังทำนั้น

เป็นเพียงอาการบวมชั่วคราวจากน้ำที่ใช้ผสมและยาชาที่ฉีดเข้าไปพร้อมกับ Sculptra ค่ะ

  • ความเป็นธรรมชาติ — ปริมาตร vs คอลลาเจนของตัวเอง

ฟิลเลอร์เป็นการเติมเต็มด้วยตัวสาร จึงอาจทำให้บริเวณที่ฉีดดูบวมขึ้นได้

ส่วน Sculptra เป็นการสร้างปริมาตรด้วยคอลลาเจนของตัวเอง

จึงขึ้นชื่อเรื่องผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ

ระยะเวลาคงอยู่ — 6 เดือน~1 ปี vs 1.5~2 ปี+

  • ฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกแอซิดทั่วไปจะคงอยู่ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี

ส่วน Sculptra มีรายงานว่าคงอยู่ได้ประมาณ 1 ปีครึ่งถึง 2 ปีขึ้นไปค่ะ

หลักการทำงานของ Sculptra

👉 Sculptra เป็นหัตถการที่ดำเนินไปใน 5 ขั้นตอน คือ การฉีด PLLA เข้าชั้นหนังแท้, การกระตุ้นปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอม, การกระตุ้นไฟโบรบลาสต์, การสร้างคอลลาเจนของตัวเอง และการสลายตัวตามธรรมชาติของ PLLA

การฉีด PLLA เข้าชั้นหนังแท้

  • อนุภาค PLLA ขนาด 40-60 ไมโครเมตร

จะถูกฉีดเข้าชั้นหนังแท้ในสถานะที่ผสมกับ mannitol และ sodium carboxymethylcellulose

หลังจากผ่านกระบวนการเตรียมสาร (Hydration) อย่างแม่นยำแล้ว จะถูกฉีดพร้อมกับยาชา

ในรูปแบบของสารแขวนลอยที่สม่ำเสมอค่ะ

การกระตุ้นปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอม

  • อนุภาค PLLA ที่ฉีดเข้าไปจะกระตุ้นปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอม (foreign-body giant cell reaction) ตามธรรมชาติของผิวหนัง

ปฏิกิริยานี้เป็นกลไกป้องกันตัวตามธรรมชาติของร่างกายที่รับรู้และโอบล้อมสิ่งแปลกปลอม

ซึ่งทราบกันดีว่าเป็นโครงสร้างที่กระตุ้นการตอบสนองโดยไม่มีการอักเสบที่รุนแรงเกินไปค่ะ

การกระตุ้นไฟโบรบลาสต์

ในระหว่างกระบวนการนี้ ไฟโบรบลาสต์ในชั้นหนังแท้จะถูกกระตุ้น

  • และส่งสัญญาณให้เริ่มสร้างคอลลาเจนของตัวเอง

คอลลาเจนเป็นโปรตีนหลักที่ช่วยรักษาปริมาตรและความยืดหยุ่นของผิว

การกระตุ้นนี้จึงเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานของ Sculptra ค่ะ

การสร้างคอลลาเจนของตัวเอง

หลังทำประมาณ 4-6 สัปดาห์ การสังเคราะห์คอลลาเจนจะเริ่มขึ้นอย่างช้าๆ

  • และค่อยๆ สะสมเพิ่มขึ้นในช่วง 2-3 เดือน

เป็นหัตถการที่ปริมาตรจะค่อยๆ ดูเป็นธรรมชาติขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ

การสลายตัวตามธรรมชาติของ PLLA

PLLA ที่ฉีดเข้าไปจะถูกขับออกจากร่างกายภายในเวลาประมาณ 1 สัปดาห์

  • แม้ตัวสารจะหายไป แต่คอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่จะยังคงอยู่

และมีรายงานว่าคงอยู่ได้นานประมาณ 1 ปีครึ่งถึง 2 ปีขึ้นไปค่ะ

การเห็นผลและระยะเวลาคงอยู่ของ Sculptra

👉 ผลลัพธ์ของ Sculptra ไม่ใช่การเห็นผลทันที แต่จะเริ่มเห็นผลตั้งแต่ 4-6 สัปดาห์หลังทำ

และเป็นการดูแลแบบสะสมที่คงอยู่ได้นานประมาณ 1 ปีครึ่งถึง 2 ปีขึ้นไปค่ะ

หลังทำทันที

อาจเห็นปริมาตรนูนขึ้นชั่วคราว

  • ซึ่งเป็นอาการบวมจากน้ำที่ใช้ผสมและยาชาที่ฉีดเข้าไปพร้อมกับ Sculptra ค่ะ

อาการจะค่อยๆ ยุบลงภายในไม่กี่วัน

และกลับสู่สภาพใกล้เคียงกับก่อนทำค่ะ

หลังทำ 4-6 สัปดาห์

ช่วงเวลานี้คอลลาเจนของตัวเองจะเริ่มสังเคราะห์ขึ้นอย่างช้าๆ

แม้การเปลี่ยนแปลงที่สัมผัสได้จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

  • แต่เป็นช่วงเริ่มต้นที่ปริมาตรจะค่อยๆ เข้าที่ค่ะ

หลังทำ 3 เดือนขึ้นไป

เมื่อเทียบกับก่อนทำ

จะเป็นช่วงที่ปริมาตรดูเป็นธรรมชาติและเห็นผลลัพธ์การยกกระชับที่ชัดเจนค่ะ

  • หลังจากนั้นมีรายงานว่าคงอยู่ได้ประมาณ 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเผาผลาญ สภาพผิว และการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคลค่ะ

ไลน์อัพของ Sculptra

👉 ที่สาขา Gangnam เราให้บริการ Sculptra ในหน่วย 1 ขวด (10cc)

โดยจำนวนครั้งและปริมาณที่ใช้จะขึ้นอยู่กับระดับการสูญเสียปริมาตรและบริเวณที่ทำค่ะ

บางกรณีอาจเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก

แต่โดยทั่วไปแนะนำให้ทำต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่าง 4-6 สัปดาห์

ขึ้นอยู่กับระดับการสูญเสียปริมาตรค่ะ เราจะประเมินจำนวนครั้งที่เหมาะสมกับคุณในระหว่างการปรึกษาก่อนทำค่ะ

Sculptra เหมาะกับใคร

ผู้ที่มีร่องแก้มและแก้มตอบจนทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า

ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูปริมาตรบริเวณขมับหรือแนวขากรรไกรให้ดูเป็นธรรมชาติ

ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ค่อยๆ ดูเป็นธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไปมากกว่าการเปลี่ยนแปลงทันที

ผู้ที่ต้องการเติมเต็มปริมาตรด้วยคอลลาเจนของตัวเองโดยไม่ต้องการความบวมจากฟิลเลอร์

  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่คงอยู่ได้นานประมาณ 1 ปีครึ่งถึง 2 ปีขึ้นไป

  • ผลข้างเคียงของ Sculptra และสิ่งที่ควรทราบล่วงหน้า

  • 👉 แม้ Sculptra จะเป็นหัตถการที่ผ่านการรับรองความปลอดภัย แต่การจัดการผลข้างเคียงเรื่องก้อนนูนและการเลือกบริเวณที่ฉีดมีผลต่อผลลัพธ์อย่างมากค่ะ

  • หลังทำทันทีอาจมีอาการ

  • รอยแดง บวม ช้ำ กดเจ็บ หรือปวดร่วมด้วย

โดยทั่วไปจะมีอาการประมาณ 3-17 วัน

และจะค่อยๆ หายไปเองตามธรรมชาติค่ะ

ผลข้างเคียงที่สำคัญของ Sculptra คือการเกิดก้อนนูน (Nodule)

ก้อนนูนเกิดจากการที่อนุภาค PLLA ขนาดเล็กจับตัวกัน

ดังนั้นความแม่นยำในกระบวนการเตรียมสาร (Hydration), การเลือกบริเวณที่ฉีด,

และการนวดหลังทำจึงมีผลอย่างมากต่อโอกาสการเกิดค่ะ

หากฉีดน้ำกลั่นเร็วเกินไปในขั้นตอนการเตรียมสาร

หรือเขย่าแรงเกินไป อาจทำให้อนุภาคจับตัวกันจนเกิดก้อนนูนได้

ดังนั้นขั้นตอนการผสมให้เข้ากันอย่างสม่ำเสมอด้วยการหมุนมือหรือเครื่องผสมก่อนฉีดจึงสำคัญมากค่ะ

หลังทำ การนวดแบบ 5-5-5 คือหัวใจสำคัญในการป้องกันก้อนนูนค่ะ

คือการนวดบริเวณที่ฉีดวันละ 5 ครั้ง ครั้งละ 5 นาที เป็นเวลา 5 วัน

เพื่อให้แน่ใจว่าอนุภาค PLLA กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอค่ะ

⚠️ บริเวณระหว่างคิ้วและรอบดวงตา

มีความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น ตาบอด หากฉีดเข้าหลอดเลือด

จึงเป็นบริเวณที่ไม่แนะนำให้ทำ

การเลือกบริเวณที่ฉีดจึงสำคัญมากต่อความปลอดภัยค่ะ

โปรดแจ้งให้เราทราบล่วงหน้าหากคุณอยู่ในกรณีดังต่อไปนี้:

กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

มีผิวประเภทคีลอยด์ หรือมีแนวโน้มเกิดรอยดำ/แผลเป็นนูน

มีประวัติเป็นเริมบ่อยครั้ง (อาจเกิดซ้ำได้)ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง

มีการติดเชื้อในบริเวณที่จะทำ หรือมีประวัติการทำหัตถการอื่นในบริเวณนั้น

⚠️ ข้อควรระวังก่อนและหลังทำ Sculptra

  • 👉 การดูแลตัวเองตามช่วงเวลาทั้งก่อนและหลังทำ Sculptra มีผลอย่างมากต่อการป้องกันก้อนนูนและความเสถียรของผลลัพธ์ค่ะ

  • ❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q. Sculptra จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่?

  • ปริมาตรที่ดูนูนขึ้นในช่วงไม่กี่วันหลังทำ

  • เป็นเพียงอาการบวมชั่วคราวจากน้ำที่ใช้ผสมและยาชาค่ะ

การเปลี่ยนแปลงจากการสังเคราะห์คอลลาเจนจริงจะเริ่มขึ้นหลังทำประมาณ 4-6 สัปดาห์

และจะค่อยๆ เห็นผลชัดเจนขึ้นในช่วง 2-3 เดือนค่ะ

Q. ฟิลเลอร์กับ Sculptra แบบไหนดีกว่ากัน?

ทั้งสองอย่างเป็นหัตถการที่มีหลักการทำงานต่างกัน

จึงยากที่จะบอกว่าแบบไหนดีกว่ากันค่ะ

หากต้องการการเปลี่ยนแปลงทันที ฟิลเลอร์จะเหมาะสมกว่า

แต่หากต้องการผลลัพธ์ที่ค่อยๆ ดูเป็นธรรมชาติด้วยคอลลาเจนของตัวเองเมื่อเวลาผ่านไป

Sculptra จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่าค่ะ

เราจะช่วยประเมินสิ่งที่เหมาะกับคุณที่สุดในการปรึกษาก่อนทำค่ะ

Q. ต้องฉีด Sculptra กี่ครั้ง?

ขึ้นอยู่กับบริเวณและระดับการสูญเสียปริมาตรของแต่ละบุคคลค่ะ

โดยทั่วไปแนะนำให้ดูการตอบสนองหลังทำครั้งแรก

และหากจำเป็น แนะนำให้ทำต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่าง 4-6 สัปดาห์ค่ะ

Q. จะป้องกันผลข้างเคียงเรื่องก้อนนูนของ Sculptra ได้อย่างไร?

หัวใจสำคัญคือการรับบริการจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านกระบวนการเตรียมสารอย่างแม่นยำ

และการนวดแบบ 5-5-5 (วันละ 5 ครั้ง ครั้งละ 5 นาที เป็นเวลา 5 วัน) อย่างสม่ำเสมอค่ะ

การเลือกบริเวณที่ฉีดก็สำคัญมาก ดังนั้นบริเวณที่มีความเสี่ยงอย่างระหว่างคิ้วและรอบดวงตาจึงไม่แนะนำให้ทำค่ะ

Q. Sculptra คงอยู่ได้นานแค่ไหน?

โดยทั่วไปมีรายงานว่าคงอยู่ได้ประมาณ 1 ปีครึ่งถึง 2 ปีขึ้นไปค่ะ

แม้ตัวสาร PLLA จะถูกขับออกจากร่างกายภายใน 1 สัปดาห์

แต่คอลลาเจนที่สร้างขึ้นระหว่างนั้นจะเป็นตัวช่วยคงปริมาตรไว้ ซึ่งขึ้นอยู่กับการเผาผลาญและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคลค่ะ

Q. Sculptra เจ็บไหม?

โดยทั่วไปเราจะทายาชาก่อนทำและผสมยาชาในตัวสารขณะฉีด

จึงไม่ค่อยรู้สึกเจ็บมากในระหว่างทำค่ะ

หลังทำอาจมีอาการกดเจ็บอยู่บ้างในช่วง 2-3 วันแรก

และจะค่อยๆ หายไปเองตามธรรมชาติค่ะ

Q. สามารถทำฟิลเลอร์และ Sculptra พร้อมกันได้ไหม?

สามารถทำได้ค่ะ

การผสมผสานระหว่างการเติมเต็มปริมาตรทันทีด้วยฟิลเลอร์

และการฟื้นฟูคอลลาเจนระยะยาวด้วย Sculptra เป็นสิ่งที่ทำได้จริง

เราจะช่วยประเมินวิธีการผสมผสานที่เหมาะกับสภาพผิวและบริเวณที่ทำของคุณในการปรึกษาก่อนทำค่ะ

การสูญเสียปริมาตรบนใบหน้าไม่ใช่แค่เรื่องของไขมันที่ลดลงเท่านั้น

แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงในหลายระดับ ทั้งการลดลงของคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ การเคลื่อนตัวของชั้นไขมันบนใบหน้า

ไปจนถึงการสลายตัวของกระดูกค่ะ

เหตุผลที่ Sculptra เป็นที่นิยมเพราะเป็นวิธีที่กระตุ้นคอลลาเจนของตัวเองให้ค่อยๆ เข้าที่อย่างเป็นธรรมชาติ ต่างจากฟิลเลอร์ที่เติมเต็มด้วยตัวสารค่ะ

ผลลัพธ์ของ Sculptra คือการที่อนุภาค PLLA จากบริษัท Galderma ประเทศสหรัฐอเมริกา

เข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ ทำให้เริ่มเห็นผลอย่างช้าๆ ตั้งแต่ 4-6 สัปดาห์หลังทำ

แม้ตัวสารจะถูกขับออกจากร่างกายภายใน 1 สัปดาห์

แต่คอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่จะช่วยคงปริมาตรไว้ได้นาน 1 ปีครึ่งถึง 2 ปีขึ้นไป

จึงเป็นหัตถการที่ผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ

ที่สาขา Gangnam นอกจาก Sculptra แล้ว

เรายังมีกลุ่มคอลลาเจนบูสเตอร์และฟิลเลอร์หลากหลายชนิดให้บริการค่ะ

เราจะช่วยตรวจสอบว่าตัวเลือกใดที่เหมาะกับระดับการสูญเสียปริมาตรและบริเวณที่ทำของคุณมากที่สุดในระหว่างการปรึกษาค่ะ

หากคุณกังวลเรื่องร่องแก้มและแก้มตอบ

สามารถแวะมาที่ Cleor Clinic สาขา Gangnam ได้โดยไม่ต้องกังวลค่ะ

แม้จะยังไม่ได้ตัดสินใจทำหัตถการ เรายินดีให้คำปรึกษาเพื่อแนะนำแนวทางการดูแลที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณอย่างละเอียดค่ะ

※ เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไป ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

โปรดตัดสินใจเกี่ยวกับการวินิจฉัยและการทำหัตถการที่แม่นยำผ่านการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

▼ Cleor Sculptra ▼

https://gangnam.cleorclinic.com/ko/treatments/컨투어링/콜라겐%20부스터

▼ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม ▼

https://gangnam.cleorclinic.com/ko/about/posts/Wscb55GjRWgt3H8zYp3U

볼륨을 유지하는 작용 구조라

시간이 지날수록 자연스러운 결과가 자리 잡는 라인이라는 점은

함께 이해하시는 게 좋습니다.

강남점에서는 스컬트라 외에도

다양한 콜라겐 부스터 라인과 필러 라인을 함께 운영하고 있어요.

본인 볼륨 소실 정도와 부위에 어울리는 라인은 상담 시 직접 확인해 드립니다.

팔자와 볼 꺼짐이 신경 쓰인다면

클레오르의원 강남점으로 부담 없이 방문해 주세요.

시술 결정 전이라도 사전 진료를 통해

본인 피부 상태와 어울리는 케어 방향을 자세히 안내해 드리겠습니다.

※ 본 내용은 일반적인 정보 제공을 위한 글이며, 개인에 따라 결과는 달라질 수 있습니다.

정확한 진단과 시술 여부는 전문의 상담을 통해 결정하시기 바랍니다.


▼ 클레오르 스컬트라 ▼

https://gangnam.cleorclinic.com/ko/treatments/컨투어링/콜라겐%20부스터

▼ 함께 보면 좋은 칼럼 ▼

https://gangnam.cleorclinic.com/ko/about/posts/Wscb55GjRWgt3H8zYp3U