
สวัสดีค่ะ
ดิฉัน พญ.ข้อมูลฮวัง จาก Cleor Clinic สาขา Gangnam ค่ะ
เคยไหมคะที่ส่องกระจกแล้วเห็นร่องแก้มและแก้มตอบจนทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า
แต่ก็กังวลว่าการฉีดฟิลเลอร์จะทำให้หน้าดูบวมเกินไป
และอยากได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ จึงลองมองหาวิธีอื่นดูบ้าง?
"เคยฉีดฟิลเลอร์เติมร่องแก้มแล้วรู้สึกไม่ชอบที่มันดูบวมไม่เป็นธรรมชาติ
อยากได้ตัวเลือกที่ค่อยๆ ปรับสภาพให้ดูเป็นธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ"
การสูญเสียปริมาตรบนใบหน้าไม่ใช่แค่เรื่องของไขมันที่ลดลงเท่านั้น
แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงในหลายระดับ ทั้งการลดลงของคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ การเคลื่อนตัวของชั้นไขมันบนใบหน้า
ไปจนถึงการสลายตัวของกระดูกค่ะ
ฟิลเลอร์นั้นเน้นการเติมเต็มทันทีด้วยตัวสารเอง
แต่เมื่อเวลาผ่านไปสารจะค่อยๆ สลายตัวไป
เหตุผลที่หลายคนหันมาสนใจวิธีที่เน้นการสร้างคอลลาเจนของตัวเองโดยไม่ทิ้งสารตกค้าง
จึงเป็นที่นิยมมากขึ้นค่ะ
แนวทางการกระตุ้นคอลลาเจนด้วยตัวเองแบบนี้คือผลลัพธ์ของ Sculptra ค่ะ
วันนี้ดิฉันจะมาสรุปให้ฟังว่า Sculptra มีหลักการทำงานอย่างไร
แตกต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร และมีการจัดการผลข้างเคียงเรื่องก้อนนูนอย่างไรค่ะ

ผลลัพธ์ของ Sculptra ที่ Gangnam เป็นอย่างไร?
👉 ผลลัพธ์ของ Sculptra คือการที่อนุภาคขนาดเล็กของ PLLA (Poly-L-Lactic Acid) จากบริษัท Galderma ประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกฉีดเข้าไปในชั้นหนังแท้เพื่อกระตุ้นไฟโบรบลาสต์
เป็นการทำหัตถการประเภทสารกระตุ้นคอลลาเจน (Biostimulator) ค่ะ
Sculptra จัดอยู่ในกลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจน ไม่ใช่ฟิลเลอร์ค่ะ
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจากทั้ง US FDA และ อย. เกาหลี
มีส่วนประกอบหลักคือ PLLA ซึ่งใช้เป็นไหมละลายทางการแพทย์มานานกว่า 30 ปี
โดยมีอนุภาคขนาดเล็ก 40-60 ไมโครเมตรที่จะเข้าไปในชั้นหนังแท้
และมีกลไกการทำงานในการกระตุ้นปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอม (foreign-body giant cell reaction)
ในระหว่างกระบวนการนี้ ไฟโบรบลาสต์จะถูกกระตุ้นและเริ่มสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมา
แม้ตัวสารที่ฉีดจะสลายตัวไปตามเวลา
แต่คอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่จะเป็นตัวช่วยสร้างปริมาตรให้กับใบหน้าค่ะ
จุดที่ Sculptra แตกต่างจากฟิลเลอร์
👉 Sculptra มีหลักการทำงานที่ต่างจากการเติมเต็มปริมาตรทันทีของฟิลเลอร์ โดยเป็นหัตถการที่เน้นให้คอลลาเจนของตัวเองค่อยๆ เข้ามาแทนที่เมื่อเวลาผ่านไปค่ะ
วิธีการคงอยู่ของสาร — ตกค้าง vs สลายตัว
ฟิลเลอร์คือสารอย่างไฮยาลูโรนิกแอซิดหรือ CaHA ที่ตัวสารเอง
จะคงอยู่ในผิวเพื่อสร้างปริมาตร
ส่วน Sculptra นั้น สารหลักอย่าง PLLA จะถูกขับออกจากร่างกายภายในเวลาประมาณ 1 สัปดาห์หลังทำ
และเหลือเพียงคอลลาเจนที่ร่างกายสร้างขึ้นใหม่เพื่อคงปริมาตรไว้ค่ะ
ช่วงเวลาที่เห็นผล — ทันที vs ค่อยเป็นค่อยไป
ฟิลเลอร์เป็นกลุ่มที่เห็นผลทันทีหลังทำ
ส่วน Sculptra จะเริ่มมีการสังเคราะห์คอลลาเจนหลังทำประมาณ 4-6 สัปดาห์
และจะค่อยๆ เห็นผลชัดเจนขึ้นในช่วง 2-3 เดือนค่ะ
ปริมาตรที่ดูนูนขึ้นทันทีหลังทำนั้น
เป็นเพียงอาการบวมชั่วคราวจากน้ำที่ใช้ผสมและยาชาที่ฉีดเข้าไปพร้อมกับ Sculptra ค่ะ
ความเป็นธรรมชาติ — ปริมาตร vs คอลลาเจนของตัวเอง
ฟิลเลอร์เป็นการเติมเต็มด้วยตัวสาร จึงอาจทำให้บริเวณที่ฉีดดูบวมขึ้นได้
ส่วน Sculptra เป็นการสร้างปริมาตรด้วยคอลลาเจนของตัวเอง
จึงขึ้นชื่อเรื่องผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ
ระยะเวลาคงอยู่ — 6 เดือน~1 ปี vs 1.5~2 ปี+
ฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกแอซิดทั่วไปจะคงอยู่ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี
ส่วน Sculptra มีรายงานว่าคงอยู่ได้ประมาณ 1 ปีครึ่งถึง 2 ปีขึ้นไปค่ะ
หลักการทำงานของ Sculptra

👉 Sculptra เป็นหัตถการที่ดำเนินไปใน 5 ขั้นตอน คือ การฉีด PLLA เข้าชั้นหนังแท้, การกระตุ้นปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอม, การกระตุ้นไฟโบรบลาสต์, การสร้างคอลลาเจนของตัวเอง และการสลายตัวตามธรรมชาติของ PLLA
การฉีด PLLA เข้าชั้นหนังแท้
อนุภาค PLLA ขนาด 40-60 ไมโครเมตร
จะถูกฉีดเข้าชั้นหนังแท้ในสถานะที่ผสมกับ mannitol และ sodium carboxymethylcellulose
หลังจากผ่านกระบวนการเตรียมสาร (Hydration) อย่างแม่นยำแล้ว จะถูกฉีดพร้อมกับยาชา
ในรูปแบบของสารแขวนลอยที่สม่ำเสมอค่ะ
การกระตุ้นปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอม
อนุภาค PLLA ที่ฉีดเข้าไปจะกระตุ้นปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอม (foreign-body giant cell reaction) ตามธรรมชาติของผิวหนัง
ปฏิกิริยานี้เป็นกลไกป้องกันตัวตามธรรมชาติของร่างกายที่รับรู้และโอบล้อมสิ่งแปลกปลอม
ซึ่งทราบกันดีว่าเป็นโครงสร้างที่กระตุ้นการตอบสนองโดยไม่มีการอักเสบที่รุนแรงเกินไปค่ะ
การกระตุ้นไฟโบรบลาสต์
ในระหว่างกระบวนการนี้ ไฟโบรบลาสต์ในชั้นหนังแท้จะถูกกระตุ้น
และส่งสัญญาณให้เริ่มสร้างคอลลาเจนของตัวเอง
คอลลาเจนเป็นโปรตีนหลักที่ช่วยรักษาปริมาตรและความยืดหยุ่นของผิว
การกระตุ้นนี้จึงเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานของ Sculptra ค่ะ
การสร้างคอลลาเจนของตัวเอง
หลังทำประมาณ 4-6 สัปดาห์ การสังเคราะห์คอลลาเจนจะเริ่มขึ้นอย่างช้าๆ
และค่อยๆ สะสมเพิ่มขึ้นในช่วง 2-3 เดือน
เป็นหัตถการที่ปริมาตรจะค่อยๆ ดูเป็นธรรมชาติขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ
การสลายตัวตามธรรมชาติของ PLLA
PLLA ที่ฉีดเข้าไปจะถูกขับออกจากร่างกายภายในเวลาประมาณ 1 สัปดาห์
แม้ตัวสารจะหายไป แต่คอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่จะยังคงอยู่
และมีรายงานว่าคงอยู่ได้นานประมาณ 1 ปีครึ่งถึง 2 ปีขึ้นไปค่ะ
การเห็นผลและระยะเวลาคงอยู่ของ Sculptra
👉 ผลลัพธ์ของ Sculptra ไม่ใช่การเห็นผลทันที แต่จะเริ่มเห็นผลตั้งแต่ 4-6 สัปดาห์หลังทำ
และเป็นการดูแลแบบสะสมที่คงอยู่ได้นานประมาณ 1 ปีครึ่งถึง 2 ปีขึ้นไปค่ะ
หลังทำทันที
อาจเห็นปริมาตรนูนขึ้นชั่วคราว
ซึ่งเป็นอาการบวมจากน้ำที่ใช้ผสมและยาชาที่ฉีดเข้าไปพร้อมกับ Sculptra ค่ะ
อาการจะค่อยๆ ยุบลงภายในไม่กี่วัน
และกลับสู่สภาพใกล้เคียงกับก่อนทำค่ะ
หลังทำ 4-6 สัปดาห์
ช่วงเวลานี้คอลลาเจนของตัวเองจะเริ่มสังเคราะห์ขึ้นอย่างช้าๆ
แม้การเปลี่ยนแปลงที่สัมผัสได้จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
แต่เป็นช่วงเริ่มต้นที่ปริมาตรจะค่อยๆ เข้าที่ค่ะ
หลังทำ 3 เดือนขึ้นไป
เมื่อเทียบกับก่อนทำ
จะเป็นช่วงที่ปริมาตรดูเป็นธรรมชาติและเห็นผลลัพธ์การยกกระชับที่ชัดเจนค่ะ
หลังจากนั้นมีรายงานว่าคงอยู่ได้ประมาณ 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเผาผลาญ สภาพผิว และการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคลค่ะ
ไลน์อัพของ Sculptra
👉 ที่สาขา Gangnam เราให้บริการ Sculptra ในหน่วย 1 ขวด (10cc)
โดยจำนวนครั้งและปริมาณที่ใช้จะขึ้นอยู่กับระดับการสูญเสียปริมาตรและบริเวณที่ทำค่ะ
บางกรณีอาจเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก
แต่โดยทั่วไปแนะนำให้ทำต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่าง 4-6 สัปดาห์
ขึ้นอยู่กับระดับการสูญเสียปริมาตรค่ะ เราจะประเมินจำนวนครั้งที่เหมาะสมกับคุณในระหว่างการปรึกษาก่อนทำค่ะ

Sculptra เหมาะกับใคร
ผู้ที่มีร่องแก้มและแก้มตอบจนทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า
ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูปริมาตรบริเวณขมับหรือแนวขากรรไกรให้ดูเป็นธรรมชาติ
ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ค่อยๆ ดูเป็นธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไปมากกว่าการเปลี่ยนแปลงทันที
ผู้ที่ต้องการเติมเต็มปริมาตรด้วยคอลลาเจนของตัวเองโดยไม่ต้องการความบวมจากฟิลเลอร์
ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่คงอยู่ได้นานประมาณ 1 ปีครึ่งถึง 2 ปีขึ้นไป
ผลข้างเคียงของ Sculptra และสิ่งที่ควรทราบล่วงหน้า
👉 แม้ Sculptra จะเป็นหัตถการที่ผ่านการรับรองความปลอดภัย แต่การจัดการผลข้างเคียงเรื่องก้อนนูนและการเลือกบริเวณที่ฉีดมีผลต่อผลลัพธ์อย่างมากค่ะ
หลังทำทันทีอาจมีอาการ
รอยแดง บวม ช้ำ กดเจ็บ หรือปวดร่วมด้วย
โดยทั่วไปจะมีอาการประมาณ 3-17 วัน
และจะค่อยๆ หายไปเองตามธรรมชาติค่ะ
ผลข้างเคียงที่สำคัญของ Sculptra คือการเกิดก้อนนูน (Nodule)
ก้อนนูนเกิดจากการที่อนุภาค PLLA ขนาดเล็กจับตัวกัน
ดังนั้นความแม่นยำในกระบวนการเตรียมสาร (Hydration), การเลือกบริเวณที่ฉีด,
และการนวดหลังทำจึงมีผลอย่างมากต่อโอกาสการเกิดค่ะ
หากฉีดน้ำกลั่นเร็วเกินไปในขั้นตอนการเตรียมสาร
หรือเขย่าแรงเกินไป อาจทำให้อนุภาคจับตัวกันจนเกิดก้อนนูนได้
ดังนั้นขั้นตอนการผสมให้เข้ากันอย่างสม่ำเสมอด้วยการหมุนมือหรือเครื่องผสมก่อนฉีดจึงสำคัญมากค่ะ
หลังทำ การนวดแบบ 5-5-5 คือหัวใจสำคัญในการป้องกันก้อนนูนค่ะ
คือการนวดบริเวณที่ฉีดวันละ 5 ครั้ง ครั้งละ 5 นาที เป็นเวลา 5 วัน
เพื่อให้แน่ใจว่าอนุภาค PLLA กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอค่ะ
⚠️ บริเวณระหว่างคิ้วและรอบดวงตา
มีความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น ตาบอด หากฉีดเข้าหลอดเลือด
จึงเป็นบริเวณที่ไม่แนะนำให้ทำ
การเลือกบริเวณที่ฉีดจึงสำคัญมากต่อความปลอดภัยค่ะ
โปรดแจ้งให้เราทราบล่วงหน้าหากคุณอยู่ในกรณีดังต่อไปนี้:
กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
มีผิวประเภทคีลอยด์ หรือมีแนวโน้มเกิดรอยดำ/แผลเป็นนูน
มีประวัติเป็นเริมบ่อยครั้ง (อาจเกิดซ้ำได้)ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง
มีการติดเชื้อในบริเวณที่จะทำ หรือมีประวัติการทำหัตถการอื่นในบริเวณนั้น
⚠️ ข้อควรระวังก่อนและหลังทำ Sculptra
👉 การดูแลตัวเองตามช่วงเวลาทั้งก่อนและหลังทำ Sculptra มีผลอย่างมากต่อการป้องกันก้อนนูนและความเสถียรของผลลัพธ์ค่ะ
❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. Sculptra จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่?
ปริมาตรที่ดูนูนขึ้นในช่วงไม่กี่วันหลังทำ
เป็นเพียงอาการบวมชั่วคราวจากน้ำที่ใช้ผสมและยาชาค่ะ
การเปลี่ยนแปลงจากการสังเคราะห์คอลลาเจนจริงจะเริ่มขึ้นหลังทำประมาณ 4-6 สัปดาห์
และจะค่อยๆ เห็นผลชัดเจนขึ้นในช่วง 2-3 เดือนค่ะ

Q. ฟิลเลอร์กับ Sculptra แบบไหนดีกว่ากัน?
ทั้งสองอย่างเป็นหัตถการที่มีหลักการทำงานต่างกัน
จึงยากที่จะบอกว่าแบบไหนดีกว่ากันค่ะ
หากต้องการการเปลี่ยนแปลงทันที ฟิลเลอร์จะเหมาะสมกว่า
แต่หากต้องการผลลัพธ์ที่ค่อยๆ ดูเป็นธรรมชาติด้วยคอลลาเจนของตัวเองเมื่อเวลาผ่านไป
Sculptra จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่าค่ะ
เราจะช่วยประเมินสิ่งที่เหมาะกับคุณที่สุดในการปรึกษาก่อนทำค่ะ
Q. ต้องฉีด Sculptra กี่ครั้ง?
ขึ้นอยู่กับบริเวณและระดับการสูญเสียปริมาตรของแต่ละบุคคลค่ะ
โดยทั่วไปแนะนำให้ดูการตอบสนองหลังทำครั้งแรก
และหากจำเป็น แนะนำให้ทำต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่าง 4-6 สัปดาห์ค่ะ
Q. จะป้องกันผลข้างเคียงเรื่องก้อนนูนของ Sculptra ได้อย่างไร?
หัวใจสำคัญคือการรับบริการจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านกระบวนการเตรียมสารอย่างแม่นยำ
และการนวดแบบ 5-5-5 (วันละ 5 ครั้ง ครั้งละ 5 นาที เป็นเวลา 5 วัน) อย่างสม่ำเสมอค่ะ
การเลือกบริเวณที่ฉีดก็สำคัญมาก ดังนั้นบริเวณที่มีความเสี่ยงอย่างระหว่างคิ้วและรอบดวงตาจึงไม่แนะนำให้ทำค่ะ
Q. Sculptra คงอยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยทั่วไปมีรายงานว่าคงอยู่ได้ประมาณ 1 ปีครึ่งถึง 2 ปีขึ้นไปค่ะ
แม้ตัวสาร PLLA จะถูกขับออกจากร่างกายภายใน 1 สัปดาห์
แต่คอลลาเจนที่สร้างขึ้นระหว่างนั้นจะเป็นตัวช่วยคงปริมาตรไว้ ซึ่งขึ้นอยู่กับการเผาผลาญและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคลค่ะ
Q. Sculptra เจ็บไหม?
โดยทั่วไปเราจะทายาชาก่อนทำและผสมยาชาในตัวสารขณะฉีด
จึงไม่ค่อยรู้สึกเจ็บมากในระหว่างทำค่ะ
หลังทำอาจมีอาการกดเจ็บอยู่บ้างในช่วง 2-3 วันแรก
และจะค่อยๆ หายไปเองตามธรรมชาติค่ะ
Q. สามารถทำฟิลเลอร์และ Sculptra พร้อมกันได้ไหม?
สามารถทำได้ค่ะ
การผสมผสานระหว่างการเติมเต็มปริมาตรทันทีด้วยฟิลเลอร์
และการฟื้นฟูคอลลาเจนระยะยาวด้วย Sculptra เป็นสิ่งที่ทำได้จริง
เราจะช่วยประเมินวิธีการผสมผสานที่เหมาะกับสภาพผิวและบริเวณที่ทำของคุณในการปรึกษาก่อนทำค่ะ
การสูญเสียปริมาตรบนใบหน้าไม่ใช่แค่เรื่องของไขมันที่ลดลงเท่านั้น
แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงในหลายระดับ ทั้งการลดลงของคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ การเคลื่อนตัวของชั้นไขมันบนใบหน้า
ไปจนถึงการสลายตัวของกระดูกค่ะ
เหตุผลที่ Sculptra เป็นที่นิยมเพราะเป็นวิธีที่กระตุ้นคอลลาเจนของตัวเองให้ค่อยๆ เข้าที่อย่างเป็นธรรมชาติ ต่างจากฟิลเลอร์ที่เติมเต็มด้วยตัวสารค่ะ
ผลลัพธ์ของ Sculptra คือการที่อนุภาค PLLA จากบริษัท Galderma ประเทศสหรัฐอเมริกา
เข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ ทำให้เริ่มเห็นผลอย่างช้าๆ ตั้งแต่ 4-6 สัปดาห์หลังทำ
แม้ตัวสารจะถูกขับออกจากร่างกายภายใน 1 สัปดาห์
แต่คอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่จะช่วยคงปริมาตรไว้ได้นาน 1 ปีครึ่งถึง 2 ปีขึ้นไป
จึงเป็นหัตถการที่ผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ
ที่สาขา Gangnam นอกจาก Sculptra แล้ว
เรายังมีกลุ่มคอลลาเจนบูสเตอร์และฟิลเลอร์หลากหลายชนิดให้บริการค่ะ

เราจะช่วยตรวจสอบว่าตัวเลือกใดที่เหมาะกับระดับการสูญเสียปริมาตรและบริเวณที่ทำของคุณมากที่สุดในระหว่างการปรึกษาค่ะ
หากคุณกังวลเรื่องร่องแก้มและแก้มตอบ
สามารถแวะมาที่ Cleor Clinic สาขา Gangnam ได้โดยไม่ต้องกังวลค่ะ
แม้จะยังไม่ได้ตัดสินใจทำหัตถการ เรายินดีให้คำปรึกษาเพื่อแนะนำแนวทางการดูแลที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณอย่างละเอียดค่ะ
※ เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไป ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
โปรดตัดสินใจเกี่ยวกับการวินิจฉัยและการทำหัตถการที่แม่นยำผ่านการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
▼ Cleor Sculptra ▼
https://gangnam.cleorclinic.com/ko/treatments/컨투어링/콜라겐%20부스터
▼ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม ▼
https://gangnam.cleorclinic.com/ko/about/posts/Wscb55GjRWgt3H8zYp3U
볼륨을 유지하는 작용 구조라
시간이 지날수록 자연스러운 결과가 자리 잡는 라인이라는 점은
함께 이해하시는 게 좋습니다.
강남점에서는 스컬트라 외에도
다양한 콜라겐 부스터 라인과 필러 라인을 함께 운영하고 있어요.
본인 볼륨 소실 정도와 부위에 어울리는 라인은 상담 시 직접 확인해 드립니다.
팔자와 볼 꺼짐이 신경 쓰인다면
클레오르의원 강남점으로 부담 없이 방문해 주세요.
시술 결정 전이라도 사전 진료를 통해
본인 피부 상태와 어울리는 케어 방향을 자세히 안내해 드리겠습니다.
※ 본 내용은 일반적인 정보 제공을 위한 글이며, 개인에 따라 결과는 달라질 수 있습니다.
정확한 진단과 시술 여부는 전문의 상담을 통해 결정하시기 바랍니다.
▼ 클레오르 스컬트라 ▼
https://gangnam.cleorclinic.com/ko/treatments/컨투어링/콜라겐%20부스터
▼ 함께 보면 좋은 칼럼 ▼
https://gangnam.cleorclinic.com/ko/about/posts/Wscb55GjRWgt3H8zYp3U
