โบท็อกซ์กราม กังนัม หากคุณกังวลเรื่องวีไลน์ที่ยังหาไม่เจอแม้จะลดน้ำหนักแล้วก็ตาม

20 พฤษภาคม 2569

สวัสดีครับ

ผม นพ. จอง โบ-ฮวัง ผู้อำนวยการ Cleor Clinic สาขากังนัม ครับ

"ลดน้ำหนักจนผอมลงแล้ว แต่กรอบหน้ายังเหมือนเดิมเลยค่ะ/ครับ"

น้ำหนักลดลงแล้ว แต่กรอบหน้าด้านข้างในรูปถ่ายไม่เปลี่ยนไปเลย หรือ

กลับดูหนาขึ้นกว่าเดิมเสียอีก นี่คือสิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่ใช่ไหมครับ

นี่ไม่ใช่แค่เพราะไขมันไม่ลดลงนะครับ

แต่อาจเป็นสัญญาณว่ากล้ามเนื้อบดเคี้ยว (Masseter) บริเวณข้างกรามมีการพัฒนามากเกินไป

การเคี้ยวอาหารบ่อยๆ การนอนกัดฟัน

หรือนิสัยการขบฟันกรามแน่นโดยไม่รู้ตัวที่สะสมมานาน

จะทำให้กล้ามเนื้อบดเคี้ยวหนาขึ้น เหมือนกับกล้ามเนื้อน่องของนักกีฬา

ในกรณีนี้ การลดน้ำหนักเพียงอย่างเดียวอาจเห็นผลได้ยาก

และจำเป็นต้องใช้วิธีที่ช่วยควบคุมการทำงานของตัวกล้ามเนื้อเอง

ซึ่งนั่นก็คือ โบท็อกซ์กราม (Jaw Botox) กังนัม ครับ

วันนี้ผมจะมาอธิบายว่า โบท็อกซ์กราม กังนัม มีหลักการทำงานอย่างไร

และแต่ละประเภทของท็อกซินที่ใช้มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง จะมาไขข้อสงสัยให้ทีละข้อครับ

โบท็อกซ์กราม คืออะไร

โบท็อกซ์กราม คือหัตถการที่ทำกับกล้ามเนื้อบดเคี้ยว (Masseter) ที่พัฒนามากเกินไป

โดยการฉีดสาร Botulinum Toxin Type A ในปริมาณน้อยกระจายเข้าไป

เพื่อควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อชั่วคราว

ในขณะที่กล้ามเนื้อได้พัก ขนาดจะค่อยๆ ลดลงอย่างเป็นธรรมชาติ

ทำให้กรอบหน้าที่ดูเหลี่ยมเรียวสวยและดูละมุนขึ้น

พูดง่ายๆ คือการนำหลักการที่ว่า 'เมื่อหยุดออกกำลังกาย กล้ามเนื้อจะเล็กลง'

มาประยุกต์ใช้กับกล้ามเนื้อใบหน้านั่นเองครับ

ไม่ใช่การสลายไขมันหรือการผ่าตัดเหลากระดูก

แต่เป็นการลดการทำงานของกล้ามเนื้อชั่วคราว

จึงเป็นทางเลือกแบบไม่ต้องผ่าตัดที่มีความเสี่ยงเรื่องผลข้างเคียงค่อนข้างน้อย

ไลน์อัป โบท็อกซ์กราม กังนัม

โบท็อกซ์กราม กังนัม ที่ให้บริการที่สาขากังนัม

แบ่งออกเป็น 4 ประเภทตามตัวยาท็อกซินที่ใช้

แม้ปริมาณ (50u) จะเท่ากัน แต่ละตัวยาจะมีวิธีการสกัด ข้อมูลทางคลินิก และระดับราคาที่แตกต่างกัน

คุณสามารถเลือกได้ตามประวัติการทำหัตถการและผลลัพธ์ที่คาดหวัง

ข้อดีของ โบท็อกซ์กราม กังนัม

ประการแรก ใช้เวลาทำสั้นและแทบไม่ต้องพักฟื้น

ใช้เวลาฉีดเพียงประมาณ 5-10 นาที

และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังทำ

นอกจากรอยช้ำเล็กน้อยหรือรอยเข็มแล้ว แทบไม่มีภาระในการพักฟื้นเลย

ประการต่อมา ให้การเปลี่ยนแปลงที่ดูเป็นธรรมชาติ

เนื่องจากกล้ามเนื้อจะค่อยๆ ลดลงในช่วง 2-4 สัปดาห์ ไม่ใช่เห็นผลทันที

คนรอบข้างจึงจะไม่รู้สึกว่าหน้าเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน

แต่จะรู้สึกว่า "ช่วงนี้กรอบหน้าดูเข้าที่ขึ้นนะ" อย่างเป็นธรรมชาติครับ

นอกจากนี้ ผลลัพธ์จะเริ่มคงที่มากขึ้นเมื่อมีการทำซ้ำอย่างต่อเนื่อง

โดยปกติมักจะกลับมาทำซ้ำทุกๆ 3-4 เดือน

และมีรายงานว่ายิ่งทำบ่อยขึ้น ขนาดของกล้ามเนื้อจะคงอยู่ในระดับที่เสถียรได้นานขึ้น

สุดท้าย สามารถทำร่วมกับโบท็อกซ์บริเวณอื่นได้ง่าย

เนื่องจากเป็นกลุ่ม Botulinum Toxin เหมือนกัน จึงมักทำร่วมกับตัวเลือกอื่น เช่น โบท็อกซ์ริ้วรอย หรือ Skin Botox

ในวันเดียวกันหรือในระยะเวลาใกล้เคียงกัน

โบท็อกซ์กราม กังนัม เหมาะสำหรับบุคคลเหล่านี้

  • ผู้ที่ลดน้ำหนักแล้วแต่กรอบหน้าไม่ค่อยเปลี่ยน

  • ผู้ที่กังวลเรื่องกรามเหลี่ยมเมื่อมองจากด้านข้างในรูปถ่าย

  • ผู้ที่ชอบขบฟันหรือนอนกัดฟันบ่อยๆ และสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อกรามที่แข็ง

  • ผู้ที่ต้องการปรับกรอบหน้าให้เป็น V-line แบบไม่ต้องผ่าตัด

  • ผู้ที่ต้องการดูแลกรอบหน้าอย่างต่อเนื่องทุกๆ 3-4 เดือน

⚠️ ข้อควรระวังหลังทำหัตถการ

  • วันที่ทำหัตถการ

  • ห้ามนวดหรือถูบริเวณที่ฉีดแรงๆ

ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มหรืออาหารที่ร้อนจัดชั่วคราว

และควรลดการสัมผัสบริเวณรอยเข็ม

  • 3 วันหลังทำหัตถการ

แนะนำให้งดการออกกำลังกายอย่างหนัก ซาวน่า สปาร้อน และการดื่มแอลกอฮอล์

หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำหรือท่าทางที่กดทับบริเวณที่ฉีดแรงๆ

  • 1 สัปดาห์หลังทำหัตถการ

กิจกรรมที่ต้องอ้าปากกว้าง เช่น การทำฟัน

ควรเว้นระยะห่างออกไปเพื่อความปลอดภัย

สิ่งที่ควรทราบล่วงหน้า

การเปลี่ยนแปลงของโบท็อกซ์กรามจะไม่เห็นผลทันทีหลังทำ

แต่จะค่อยๆ เห็นผลชัดเจนในช่วงประมาณ 2-4 สัปดาห์

ระยะเวลาคงผลลัพธ์โดยปกติจะอยู่ที่ประมาณ 3-4 เดือน

และเป็นที่ทราบกันดีว่ายิ่งทำซ้ำอย่างต่อเนื่อง ระยะเวลาคงผลลัพธ์

ก็มีแนวโน้มที่จะยาวนานขึ้นเล็กน้อย

สำหรับผู้ที่ทำครั้งแรก แนะนำให้เริ่มด้วยปริมาณที่พอเหมาะอย่างระมัดระวัง

แล้วค่อยปรับปริมาณในครั้งถัดไปตามผลลัพธ์ที่ได้ เพื่อความปลอดภัยครับ

ในกรณีต่อไปนี้ อาจมีข้อจำกัดในการทำหัตถการ จึงจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ก่อน

  • อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

  • มีอาการแพ้ส่วนประกอบของ Botulinum Toxin

  • มีโรคทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (MG), กลุ่มอาการแลมเบิร์ต-อีตัน (LEMS)

  • มีปัญหาผิวหนังอักเสบเฉียบพลันหรือบาดแผลบริเวณที่จะฉีด

  • อยู่ระหว่างรับประทานยาปฏิชีวนะบางชนิด (กลุ่ม Aminoglycoside)

❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. ท็อกซินแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร?

ทั้ง 4 ประเภทเป็น Botulinum Toxin Type A เหมือนกันครับ

ความแตกต่างอยู่ที่วิธีการสกัด, ปริมาณข้อมูลทางคลินิกที่สะสม และโอกาสในการดื้อยา

ยี่ห้อเกาหลี (Korean-made) เหมาะสำหรับการเริ่มต้นในราคาที่เข้าถึงง่าย

ยี่ห้อเกาหลีระดับพรีเมียม (ได้รับการรับรองจาก FDA) เป็นตัวเลือกที่ผ่านการพิสูจน์ด้วยมาตรฐานสากล

Xeomin มีการขจัดโปรตีนที่ไม่จำเป็นออก ทำให้มีความเสี่ยงในการดื้อยาน้อย

Allergan คือผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Original) ที่มีข้อมูลทางคลินิกสะสมมายาวนานที่สุด

Q. จะมีผลต่อการเคี้ยวอาหารไหม?

เนื่องจากกล้ามเนื้อบดเคี้ยวประกอบด้วยกล้ามเนื้อหลายส่วนทำงานร่วมกัน

เมื่อฉีดในปริมาณที่เหมาะสมแบบกระจายตัว จึงมักไม่ส่งผลกระทบต่อการรับประทานอาหารในชีวิตประจำวันมากนัก

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2-3 สัปดาห์หลังทำ การเคี้ยวอาหารที่แข็งหรือเหนียวเป็นเวลานาน

อาจมีรายงานว่ารู้สึกเมื่อยกรามได้บ้างครับ

Q. จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่?

จะไม่เห็นผลทันที แต่จะค่อยๆ เห็นผลในช่วง 2-4 สัปดาห์

เนื่องจากเป็นกระบวนการที่กล้ามเนื้อลดขนาดลงจากการได้พัก

เร็วที่สุดคือ 1 สัปดาห์ และโดยปกติจะเริ่มรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของกรอบหน้าในช่วง 3-4 สัปดาห์ครับ

Q. ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

มีรายงานว่าผลลัพธ์จะคงอยู่ได้เฉลี่ยประมาณ 3-4 เดือน

และมีแนวโน้มว่ายิ่งทำซ้ำต่อเนื่อง ระยะเวลาคงผลลัพธ์จะยาวนานขึ้นเล็กน้อย

หลายท่านจึงนิยมกลับมาทำซ้ำเป็นประจำทุกๆ 3-4 เดือนครับ

Q. สามารถทำร่วมกับโบท็อกซ์บริเวณอื่นได้ไหม?

โดยปกติสามารถทำร่วมกับโบท็อกซ์บริเวณอื่น เช่น โบท็อกซ์ริ้วรอย หรือ Skin Botox

ในวันเดียวกันหรือในระยะเวลาใกล้เคียงกันได้ครับ

การจัดสรรปริมาณยาจะมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมระหว่างการปรึกษาก่อนทำครับ

Q. ทำครั้งแรก ควรเลือกตัวเลือกไหนดี?

สำหรับผู้ที่ทำครั้งแรก มักจะเริ่มด้วยยี่ห้อเกาหลี (Korean-made) หรือเกาหลีระดับพรีเมียม

เพื่อดูการตอบสนองของกล้ามเนื้อและผลลัพธ์ที่ได้

แล้วค่อยปรับเปลี่ยนตัวเลือกในครั้งถัดไปครับ

กรอบหน้าไม่ได้เรียวสวยขึ้นโดยอัตโนมัติเพียงเพราะน้ำหนักลดลง

หากกล้ามเนื้อบดเคี้ยวพัฒนามากเกินไปโดยไม่เกี่ยวกับน้ำหนัก

จำเป็นต้องใช้วิธีที่เข้าไปควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อโดยตรง

นี่คือเหตุผลที่ โบท็อกซ์กราม กังนัม มักจะได้รับคำแนะนำครับ

ตัวเลือกท็อกซินที่เหมาะสมกับระดับการพัฒนากล้ามเนื้อและประวัติการทำหัตถการของคุณ

เราจะช่วยตรวจสอบและแนะนำให้ในระหว่างการปรึกษาครับ

ที่สาขากังนัม นอกจากโบท็อกซ์กราม กังนัม แล้ว

เรายังมีตัวเลือกท็อกซินที่หลากหลาย เช่น โบท็อกซ์ริ้วรอย, Skin Botox, โบท็อกซ์เฉพาะจุด, โบท็อกซ์ลดเหงื่อ และโบท็อกซ์ตัว

ให้บริการอย่างครบครันครับ

หากคุณยังลังเลว่าตัวเลือกไหนจะเหมาะกับคุณ

เชิญแวะมาที่ Cleor Clinic สาขากังนัม ได้เลยครับ

แม้จะยังไม่ได้ตัดสินใจทำ เราก็พร้อมให้คำแนะนำอย่างละเอียดเกี่ยวกับสภาพกล้ามเนื้อ

และตัวเลือกท็อกซินที่เหมาะสมกับคุณผ่านการตรวจวินิจฉัยเบื้องต้นครับ

※ เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไป ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

โปรดตัดสินใจรับการตรวจวินิจฉัยและทำหัตถการที่แม่นยำผ่านการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

▼ โบท็อกซ์กราม Cleor กังนัม ▼

https://gangnam.cleorclinic.com/ko/treatments/컨투어링/보톡스/턱보톡스

▼ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม ▼

https://gangnam.cleorclinic.com/ko/about/posts/XCbCtatRN932zy7TDDGw