การฉีดสกินบูสเตอร์ที่กังนัมเพื่อลดความเจ็บปวดด้วย Hycoox Injector จะแตกต่างหรือไม่

16 เมษายน 2569

สวัสดีครับ/ค่ะ!

ผม นพ. จอง โบ-ฮวัง ผู้อำนวยการ Cleor Clinic สาขากังนัม ครับ

"อยากฉีด Skin Booster แต่ได้ยินมาว่าเจ็บมากเลยกังวลค่ะ"

นี่คือประโยคที่ผมได้ยินบ่อยมากในห้องปรึกษาครับ

หลายคนอ่านรีวิวแล้วเจอเรื่องความเจ็บปวดจนรู้สึกกลัว

มีหลายท่านที่ตัดสินใจยกเลิกการจองไปเพราะเหตุนี้ ซึ่งมีจำนวนมากกว่าที่คิดครับ

ผมเข้าใจความรู้สึกนั้นเป็นอย่างดีครับ

ความจริงแล้ว มีเหตุผลที่ว่าทำไมการฉีด Skin Booster ถึงเจ็บ

ไม่ว่าจะเป็น Hyaluronic Acid หรือ Rejuran ตัวยาไม่ได้ถูกฉีดแค่ที่ผิวชั้นนอก

แต่ต้องฉีดเข้าไปในชั้นผิวแท้ (Dermis) โดยตรงเพื่อให้เห็นผล

ซึ่งชั้นผิวแท้เป็นเนื้อเยื่อที่มีคอลลาเจนสานกันอย่างหนาแน่น

ทำให้หลีกเลี่ยงความรู้สึกกดทับขณะเข็มทิ่มเข้าไปไม่ได้

นี่คือเหตุผลที่แม้จะทายาชาแล้ว ก็ยังอาจรู้สึกได้บ้างครับ

ดังนั้น ในปัจจุบันจึงมีการพัฒนาอุปกรณ์ Injector เฉพาะทางเพื่อลดความกังวลเรื่องความเจ็บ

ซึ่งถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในคลินิกผิวหนังในขณะนี้

วันนี้ผมจะมาอธิบายว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้าง

และที่ Cleor Clinic สาขากังนัม เราเลือกใช้อะไร

โดยจะเน้นเรื่องวิธีการบรรเทาความเจ็บปวดในการฉีด Skin Booster ที่กังนัม เหมือนกำลังนั่งปรึกษากันอยู่ครับ

ทำไม Skin Booster ถึงเจ็บ?

Skin Booster คือการฉีดสารสกัดที่มีประสิทธิภาพ เช่น Hyaluronic Acid, Rejuran หรือ Juvelook

เข้าสู่ชั้นผิวแท้โดยตรง

ชั้นผิวแท้ประกอบด้วยคอลลาเจนและอีลาสตินที่สานกันอย่างหนาแน่น

ด้วยโครงสร้างที่ละเอียดนี้ จึงทำให้เกิดแรงกดและความเจ็บปวดเมื่อเข็มแทงเข้าไปเกิดขึ้นได้

เป็นเรื่องจริงที่แม้จะทายาชาแล้วก็ยังรู้สึกได้บ้าง

ซึ่งไม่ใช่ปัญหาจากเทคนิคการฉีด แต่เป็นเพราะลักษณะเฉพาะของเนื้อเยื่อชั้นผิวแท้ครับ

ดังนั้น เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดในการฉีด Skin Booster ที่กังนัม

จึงมีการพัฒนาและใช้งานอุปกรณ์ Injector เฉพาะทางอย่างแพร่หลาย

อุปกรณ์ Injector ที่ช่วยลดความเจ็บปวด มีกี่ประเภท?

วิธีการฉีด Skin Booster แบ่งออกเป็น 2 แบบหลัก คือ การฉีดด้วยมือ (Manual Injection) และการใช้เครื่อง Injector

การฉีดด้วยมือเป็นวิธีที่แพทย์จะค่อยๆ ฉีดทีละจุดอย่างละเอียด

มีข้อดีคือสามารถเน้นเฉพาะจุดที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ

ในขณะที่ Injector เป็นอุปกรณ์ที่ควบคุมความลึกและปริมาณยาโดยอัตโนมัติ

ช่วยให้ใช้เวลาในการทำหัตถการสั้นลงและลดความกังวลเรื่องความเจ็บ

จึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากครับ

ผลลัพธ์ของทั้งสองวิธีไม่ได้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

แต่มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป จึงควรเลือกตามสภาพผิวและวัตถุประสงค์ครับ

ปัจจุบัน อุปกรณ์ Injector สำหรับบรรเทาความเจ็บปวดในการฉีด Skin Booster

ที่นิยมใช้ในคลินิกที่กังนัมมี 3 ประเภทหลักๆ ครับ

  • 1. DermaShine Pro

ใช้แรงดันลบหรือแรงดูดเพื่อดึงผิวขึ้นมาเล็กน้อย

แล้วฉีดตัวยาด้วยเข็มขนาดเล็กพิเศษ 32G

ทำงานด้วยระบบตรวจจับอัตโนมัติ ช่วยลดความเจ็บปวดและ

ลดการสูญเสียตัวยาให้น้อยที่สุด

  • 2. Rejuemate

เป็นเครื่อง Injector แบบหลายเข็ม (Multi-pin) ที่ออกแบบมาเพื่อ Skin Booster โดยเฉพาะ

สามารถครอบคลุมพื้นที่บริเวณกว้างได้อย่างรวดเร็ว

  • 3. Hycoox Injector

เป็นเครื่อง Multi-injector ที่ได้รับการรับรองจาก อย. เกาหลี (KFDA)

มาพร้อมกับฟังก์ชัน Auto-sensing และ

ระบบสั่น (Vibration) ในเครื่องเดียว

ทั้ง 3 รุ่นนี้มีจุดประสงค์ร่วมกันคือ

ลดความเจ็บปวดเมื่อเทียบกับการฉีดด้วยมือ และส่งผ่านตัวยา

เข้าสู่ผิวได้อย่างสม่ำเสมอ

ไม่มีเครื่องไหนดีกว่ากันอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ละเครื่องมีวิธีการและคุณสมบัติที่ต่างกัน

การเลือกใช้จะขึ้นอยู่กับความหนืดของตัวยาและสภาพผิวของแต่ละบุคคลครับ

ที่ Cleor Clinic สาขากังนัม เราเลือกใช้

ในการทำหัตถการ Skin BoosterHycoox Injectorครับ

หัวใจสำคัญของ Hycoox คือระบบ Auto-sensing

👉ทันทีที่เข็มสัมผัสผิว เครื่องจะตรวจจับแรงดันผิวโดยอัตโนมัติ

และฉีดตัวยาให้เหมาะสมครับ

ไม่ใช่แค่การฉีดแบบกลไกทั่วไป

แต่เป็นระบบที่ปรับเปลี่ยนตามการตอบสนองของสภาพผิว

เปรียบได้กับวาล์วที่เปิดออกโดยอัตโนมัติเมื่อผิวพร้อม

แทนที่จะเป็นการใช้แรงมือดันเข้าไปครับ

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันการสั่น (Vibration)

ซึ่งแรงสั่นสะเทือนจะส่งสัญญาณไปยังประสาทก่อนสัญญาณความเจ็บปวด

ช่วยลดความรู้สึกเจ็บปวดขณะทำได้จริง

สามารถเลือกประเภทเข็มได้หลากหลาย เช่น 3-pin, 5-pin หรือ 9-pin

เพื่อให้เหมาะสมกับบริเวณที่ฉีดและคุณสมบัติของตัวยาที่แตกต่างกัน

อีกทั้งยังมีระบบป้องกันการรั่วไหลในตัว ช่วยลดการสูญเสียตัวยาให้น้อยที่สุด

แม้จะใช้ปริมาณยาเท่าเดิม แต่ถ้าการสูญเสียลดลง

สารสกัดที่มีประสิทธิภาพก็จะเข้าสู่ผิวได้มากขึ้นครับ

อย่างไรก็ตาม ผมขอแจ้งตามตรงครับว่า

สำหรับผู้ที่มีผิวหนา วิธีการใช้ Injector

อาจมีข้อเสียคือตัวยาซึมเข้าได้ยากและอาจไหลย้อนออกมาได้

ดังนั้น ผมจึงไม่ได้แนะนำ Injector ให้กับทุกคน

แต่จะพิจารณาตามความหนาของผิวและประเภทของตัวยา

โดยอาจใช้ร่วมกับการฉีดด้วยมือหรือปรับเปลี่ยนวิธีการตามความเหมาะสมครับ

🧐 หัตถการที่เห็นผลดีขึ้นเมื่อใช้ Injector

Injector ไม่ได้เหมาะกับ Skin Booster ทุกประเภท

มีหัตถการบางอย่างที่เข้ากันได้ดีกับ Injector ขึ้นอยู่กับความหนืดและลักษณะของตัวยา

ต่อไปนี้คือหัตถการหลักที่ Cleor Clinic สาขากังนัม

ใช้ร่วมกับ Hycoox Injector ครับ

  • Rejuran Healer (ฉีดสกัดจาก DNA ปลาแซลมอน)

เป็นการฉีดสาร PDRN/PN ที่สกัดจากปลาแซลมอนเข้าสู่ชั้นผิวแท้

ช่วยเรื่องการฟื้นฟูผิวและแก้ปัญหาผิวขาดน้ำจากภายใน แต่เดิม

เป็นที่รู้กันดีว่าเป็นหัตถการที่ค่อนข้างเจ็บ

เนื่องจากมีความหนืดที่เหมาะสม จึงเหมาะกับการใช้ Injector

และสามารถครอบคลุมพื้นที่กว้างได้อย่างสม่ำเสมอ ถือว่าเข้ากันได้ดีมากครับ

หากต้องการลดความเจ็บปวดและส่งผ่านตัวยาเข้าสู่ชั้นผิวแท้อย่างทั่วถึง

การใช้ Injector คือทางเลือกที่แนะนำครับ

  • Juvelook (Collagen Booster)

เป็นสารสกัดที่รวมอนุภาคขนาดเล็ก PLA และ Hyaluronic Acid เข้าด้วยกัน

เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่

นิยมใช้เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ

เนื่องจากตัวยามีความหนืด การฉีดด้วยมือ

อาจทำให้บางท่านรู้สึกเจ็บมาก

แต่หากใช้ Injector ความเร็วและแรงดันในการฉีด

จะถูกปรับโดยอัตโนมัติ ช่วยลดความรู้สึกเจ็บปวดได้ครับ

  • Mul-gwang Injection (Hyaluronic Acid)

เป็นการฉีด Hyaluronic Acid เข้าสู่ชั้นผิวแท้เพื่อดึงดูดความชุ่มชื้น

และปรับปรุงความชุ่มชื้นของผิว

มีความหนืดต่ำจึงฉีดด้วย Injector ได้ง่าย

และสามารถกระจายตัวยาได้ทั่วทั้งใบหน้า

เนื่องจากพื้นที่ทำหัตถการกว้าง การฉีดด้วยมืออาจใช้เวลานาน

และทำให้ความเจ็บสะสม แต่การใช้ Injector

จะช่วยย่นเวลาและลดความกังวลเรื่องความเจ็บได้ครับ

  • Exosome

เป็นการฉีด Exosome ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทระหว่างเซลล์เข้าสู่ชั้นผิวแท้

เพื่อกระตุ้นการฟื้นฟูผิวและลดการอักเสบ

นิยมใช้เพื่อปรับปรุงผิวที่เป็นสิวง่ายหรือผิวแพ้ง่าย

มีความหนืดต่ำ เหมาะสำหรับการฉีดด้วย Injector

ช่วยให้ตัวยากระจายตัวได้อย่างสม่ำเสมอในบริเวณกว้าง โดยมีระยะเวลาพักฟื้นน้อยที่สุด

ขอแจ้งตามตรงครับว่า วิธีการใช้ Injector ก็มีข้อจำกัดเช่นกัน

สำหรับผู้ที่มีผิวหนา เข็มอาจไม่สามารถลงไปถึงความลึกที่ต้องการ

และอาจทำให้ตัวยาไหลออกมาที่ผิวชั้นนอกได้

นอกจากนี้ 👉ในกรณีที่จำเป็นต้องฉีดตัวยาอย่างแม่นยำ

และเน้นเฉพาะจุด การฉีดด้วยมือจะเหมาะสมกว่าครับ

ในกรณีเช่นนี้ เราอาจใช้ทั้งการฉีดด้วยมือร่วมกับ Injector

หรือใช้เพียงการฉีดด้วยมือเท่านั้น

การเลือกวิธีที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับความหนาของผิว ประเภทของตัวยา

และบริเวณที่ต้องการรักษา โดยจะตัดสินใจหลังจากตรวจเช็กอย่างละเอียดครับ

⚠️ ข้อควรระวัง

สิ่งที่ควรทราบก่อนทำหัตถการ

แม้จะใช้ Injector เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดในการฉีด Skin Booster ที่กังนัม

แต่ก็ยากที่จะบอกว่าไม่เจ็บเลย 100%

แม้จะทายาชาก่อนเริ่ม แต่ในระหว่างทำ

อาจยังรู้สึกถึงแรงกดหรืออาการจี๊ดๆ ได้บ้าง

หลังทำอาจมีรอยนูน (Embossing) บริเวณที่ฉีด

ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติเมื่อตัวยาที่มีความหนืดเข้าสู่ชั้นผิวแท้

โดยปกติจะยุบตัวลงภายใน 2-3 วันครับ

อาจมีอาการบวมหรือรอยช้ำเกิดขึ้นได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

และอาจคงอยู่ประมาณ 1-2 สัปดาห์

หลังทำควรงดการเข้าซาวน่า ออกกำลังกายหนัก และดื่มแอลกอฮอล์สักระยะ

และอย่าลืมทาครีมกันแดดตั้งแต่วันถัดไปเป็นต้นไปนะครับ

หัตถการนี้เหมาะสำหรับบุคคลต่อไปนี้

  • ผู้ที่เลื่อนการฉีด Skin Booster มาตลอดเพราะกลัวความเจ็บ

  • ผู้ที่ต้องการให้ตัวยากระจายตัวอย่างสม่ำเสมอในบริเวณกว้าง

  • ผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาผิวขาดน้ำหรือความยืดหยุ่นลดลงจากภายใน

  • ผู้ที่ต้องการกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังทำ

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีผิวหนามากหรือมีประวัติ

การแพ้สารบางชนิด จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ก่อนทำครับ

คำถามที่พบบ่อย

Q. ระหว่างการฉีดด้วยมือกับ Injector แบบไหนเห็นผลดีกว่ากัน?

ผลลัพธ์ของทั้งสองวิธีไม่ได้แตกต่างกันอย่างชัดเจนครับ

การฉีดด้วยมือมีข้อดีคือสามารถเน้นจุดที่ต้องการได้อย่างละเอียด

ในขณะที่ Injector มีข้อดีคือ

สามารถครอบคลุมพื้นที่กว้างได้อย่างสม่ำเสมอและรวดเร็ว

วิธีที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับสภาพผิวและวัตถุประสงค์ ซึ่งเราจะแนะนำให้ทราบในขั้นตอนการปรึกษาครับ

Q. ประสิทธิภาพในการบรรเทาความเจ็บปวดของ Skin Booster ที่กังนัมเป็นอย่างไร?

ขึ้นอยู่กับความไวต่อความเจ็บปวดของแต่ละบุคคลครับ

หลายท่านรู้สึกว่าการใช้ Injector ช่วยลดความเจ็บปวดลงได้มากเมื่อเทียบกับการฉีดด้วยมือ

แต่ก็ยากที่จะบอกว่าไม่เจ็บเลย 100% ครับ

หากกังวลเรื่องความเจ็บมาก เราสามารถปรับเปลี่ยนวิธีการระงับความเจ็บปวดร่วมกันได้ในขั้นตอนการปรึกษาครับ

Q. ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

บางท่านอาจเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรก

แต่เพื่อให้ผลลัพธ์สะสมและคงอยู่ได้นาน โดยทั่วไปแนะนำให้ทำ

ติดต่อกัน 3 ครั้งขึ้นไป โดยเว้นระยะห่าง 1 เดือนครับ

หลังจากนั้น แนะนำให้ทำเพื่อคงสภาพทุกๆ 3-6 เดือน

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตัวยาที่ใช้และสภาพผิวของแต่ละบุคคล

จึงควรวางแผนการรักษาหลังจากปรึกษาแพทย์ครับ

Q. รอยนูน (Embossing) จะอยู่นานไหม?

เมื่อฉีดตัวยาที่มีความหนืดเข้าสู่ชั้นผิวแท้ อาจเกิดรอยนูน

หรือปรากฏการณ์ Embossing ได้ครับ

ส่วนใหญ่จะยุบตัวลงเองตามธรรมชาติภายใน 2-3 วัน

หากมีธุระสำคัญ แนะนำให้รับบริการล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ครับ

Q. ควรเลือกใช้ตัวยา Skin Booster แบบไหนดี?

หากต้องการแก้ปัญหาผิวขาดน้ำและฟื้นฟูผิว แนะนำ Rejuran, หากต้องการสร้างคอลลาเจนและ

เพิ่มความยืดหยุ่น แนะนำ Juvelook, และหากต้องการเติมความชุ่มชื้นโดยรวม

มักจะเลือกเป็นการฉีด Mul-gwang (Hyaluronic Acid) ครับ

เราจะแนะนำตัวยาและแผนการรักษาที่เหมาะสมหลังจากตรวจเช็กสภาพผิวจริงครับ

หากคุณต้องการบรรเทาความเจ็บปวดในการฉีด Skin Booster ที่กังนัม

วิธีการใช้ Injector คือหนึ่งในทางเลือกที่ดีครับ

Cleor Clinic สาขากังนัม ใช้ Hycoox Injector เพื่อ

ส่งผ่านตัวยาเข้าสู่ผิวอย่างสม่ำเสมอและแม่นยำ

โดยเราจะออกแบบการรักษาด้วยการใช้ร่วมกับการฉีดด้วยมือหรือปรับเปลี่ยนสูตรยา

ตามสภาพผิวของแต่ละบุคคลครับ

ที่ Cleor Clinic สาขากังนัม

เราไม่ได้ใช้วิธีเดียวกันกับทุกคน

หากคุณบอกเล่าปัญหาผิวที่กังวลให้เราทราบก่อน

เราจะให้คำแนะนำถึงแนวทางการรักษาที่เหมาะสมอย่างตรงไปตรงมาครับ