Gangnam Sculptra ตั้งแต่กลไกการสร้างคอลลาเจนไปจนถึงผลลัพธ์

3 เมษายน 2569

สวัสดีครับ!

ผม หมอจองโบฮวัง ผู้อำนวยการ Cleor Clinic สาขากังนัมครับ

"ส่องกระจกแล้วเห็นใบหน้าของคุณแม่ซ้อนขึ้นมาเลยค่ะ T_T"

ความจริงแล้ว เมื่อก้าวเข้าสู่วัยกลาง 30 ความยืดหยุ่นของผิวจะเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด

ไม่ว่าจะทาครีมบำรุงที่ดีแค่ไหน หรือทานอาหารเสริมเท่าไหร่

หากคุณรู้สึกว่าไม่มี 'การเปลี่ยนแปลงที่ต้นเหตุ' เรื่องราวในวันนี้จะช่วยคุณได้อย่างแน่นอน

วันนี้เราจะมาพูดถึงหัตถการที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้วยตัวเองจากภายในชั้นผิว

นั่นคือ Sculptra ซึ่งผมจะมาอธิบายให้เข้าใจง่ายและเป็นกันเองครับ

Sculptra คือหัตถการแบบไหนกันแน่?

Sculptra คือการฉีดกระตุ้นคอลลาเจนที่มีส่วนประกอบของ PLLA (Poly-L-lactic acid)

ซึ่งเป็นสารช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

มีการใช้งานในยุโรปเพื่อวัตถุประสงค์ในการลดเลือนริ้วรอยมาตั้งแต่ปี 1999

และได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐอเมริกาในปี 2009 รวมถึง KFDA ของเกาหลี

เป็นหัตถการที่ผ่านการพิสูจน์มานานกว่า 20 ปี

วิธีที่เข้าใจง่ายที่สุดคือให้ลองนึกภาพแบบนี้ครับ

หากฟิลเลอร์ทั่วไปคือ "การเติมหมอนอิงเข้าไปโดยตรง"

Sculptra ก็คือ "การกระตุ้นให้ร่างกายสร้างนุ่นในหมอนขึ้นมาด้วยตัวเอง"นั่นเองครับ

ในขณะที่การฉีดฟิลเลอร์แบบเดิมจะเน้นการเติมวอลลุ่มให้เห็นผลทันที

Sculptra เป็นหัตถการที่ค่อยๆ เข้าใกล้ระดับวอลลุ่มที่ต้องการเมื่อเวลาผ่านไป

เนื่องจากร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองภายในชั้นผิว

จุดเด่นที่สำคัญที่สุดคือผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติกว่ามากและคงอยู่ได้ยาวนาน

ทำไมเมื่ออายุมากขึ้น ความยืดหยุ่นของผิวถึงลดลง?

สาเหตุที่ความยืดหยุ่นลดลงในช่วงที่เริ่มเข้าสู่กระบวนการชรา

ก็คือ 'คอลลาเจน' นั่นเอง

จำนวนคอลลาเจนในชั้นผิวแท้ลดลงและการฟื้นฟู

ไม่สามารถทำได้อย่างราบรื่น ทำให้ผิวบางลง

ซึ่งส่งผลให้เกิดริ้วรอยและความยืดหยุ่นโดยรวมลดลง

คอลลาเจนเปรียบเสมือน 'โครงสร้าง' และ 'สปริง' ของผิว

เมื่อสปริงเหล่านี้ลดน้อยลง ผิวจะเริ่มหย่อนคล้อย แก้มตอบ

และร่องแก้มจะเริ่มลึกขึ้น

Sculptra คือหัตถการที่ช่วยให้ร่างกาย

สร้างสปริงเหล่านี้ขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง

ประสิทธิภาพและข้อดีของ Sculptra

① วอลลุ่มที่เป็นธรรมชาติและการยกกระชับ

Sculptra แตกต่างจากฟิลเลอร์ที่เพียงแค่เติมวอลลุ่มด้วยสารแปลกปลอม

แต่เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Booster) ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนภายในชั้นผิว

ช่วยให้ผิวแน่นกระชับและมีวอลลุ่ม

ผ่านการฟื้นฟูคอลลาเจนตามธรรมชาติของตนเอง

เมื่อวอลลุ่มบนใบหน้ากลับมา คุณจะสัมผัสได้ถึงผลลัพธ์การยกกระชับ ความยืดหยุ่นที่ดีขึ้น

และช่วยให้ใบหน้าโดยรวมดูสดใสและอ่อนเยาว์ลง

② ผลลัพธ์ที่ยาวนาน

การสังเคราะห์คอลลาเจนจะเริ่มขึ้นหลังจากทำหัตถการ 4-6 สัปดาห์

และผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นาน 1 ปีครึ่ง ถึง 2 ปีขึ้นไป

เนื่องจากมีระยะเวลาคงผลลัพธ์ที่นานกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป จึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว

③ ไม่มีความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงทางหลอดเลือด

แตกต่างจาก HA Filler ทั่วไป เนื่องจากอนุภาคของ Sculptra เล็กกว่าหลอดเลือด

จึงไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง เช่น เนื้อเยื่อตาย หรือตาบอด โดยสิ้นเชิง

นี่ถือเป็นข้อดีอย่างมากในด้านความปลอดภัย

④ ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

ผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติและค่อยๆ ดีขึ้น

เมื่อเวลาผ่านไปมากกว่าช่วงหลังทำทันที

ความละมุนและวอลลุ่มที่เป็นธรรมชาติ

ราวกับสีพาสเทลคือเสน่ห์ของ Sculptra

นี่คือเหตุผลที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการ 'สวยขึ้นแบบดูไม่ออกว่าไปทำอะไรมา'

⑤ จำนวนครั้งและระยะห่างในการทำ

แนะนำให้ทำทั้งหมด 3 ครั้ง (สูงสุด 6 ครั้ง) ครั้งละ 1 ขวด โดยเว้นระยะห่าง 4-6 สัปดาห์

ระยะเวลาคงผลลัพธ์อยู่ที่ประมาณ 2 ปี

หลังจากนั้นแนะนำให้ทำเพื่อคงสภาพปีละ 1 ครั้ง

ข้อควรระวังที่ต้องทราบก่อนเริ่ม

① เป็นเรื่องปกติที่วอลลุ่มจะเกิดขึ้นทันทีหลังทำแล้วหายไปนั่นเอง

อาจดูเหมือนมีวอลลุ่มขึ้นทันทีหลังทำ

แต่เป็นปรากฏการณ์ชั่วคราวจากปริมาตรของของเหลวที่ฉีดเข้าไป

ซึ่งจะหายไปในเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์

หลังจากนั้น คอลลาเจนจะค่อยๆ ถูกสร้างขึ้น

และวอลลุ่มจะค่อยๆ พัฒนาขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

หากทราบเรื่องนี้ไว้ก่อน คุณจะไม่ต้องตกใจครับ!

② อาการบวมและรอยช้ำเป็นเรื่องชั่วคราว

โดยเฉลี่ยอาการบวมจะลดลงประมาณ 90% ภายใน 3-4 วันหลังทำ

และมักจะฟื้นตัวได้ภายในไม่เกิน 1 สัปดาห์

ไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากนัก และตั้งแต่วันถัดไป

สามารถล้างหน้า อาบน้ำ แต่งหน้า และออกกำลังกายเบาๆ ได้

③ ต้องปฏิบัติตามการนวด 5-5-5 อย่างเคร่งครัด

มี 'กฎ 5-5-5' คือการนวดเป็นเวลา 5 วัน

วันละ 5 ครั้ง ครั้งละ 5 นาที

การนวดนี้สำคัญมากในการป้องกันการเกิดตุ่มไตและช่วยให้เห็นผลลัพธ์สูงสุด

④ การเลือกทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคือหัวใจสำคัญ

หากทำโดยแพทย์ที่ไม่มีความชำนาญ หรือไม่ปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้อง

อาจเกิดปรากฏการณ์ 'ตุ่มไต' หรือการจับตัวเป็นก้อนใต้ผิวหนังได้

แต่หากแพทย์ปฏิบัติตามแนวทางการรักษาอย่างเคร่งครัด ความเสี่ยงจะอยู่ในระดับต่ำ

⑤ จำเป็นต้องตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของแท้

การตรวจสอบบัตรรับรองผลิตภัณฑ์ Sculptra ของแท้

คือขั้นตอนแรกสู่การทำหัตถการที่ปลอดภัย

คำถามที่พบบ่อย FAQ

Q1. ระหว่าง Sculptra กับฟิลเลอร์ทั่วไป อย่างไหนดีกว่ากัน?

ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ครับ หากต้องการวอลลุ่มทันที ฟิลเลอร์จะเหมาะสมกว่า

แต่หากต้องการฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิวอย่างเป็นธรรมชาติและยาวนานกว่า

Sculptra เป็นทางเลือกที่ดีกว่า และหลายกรณีก็มีการทำทั้งสองอย่างควบคู่กัน

Q2. จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่?

หลังจากผ่านไป 6 สัปดาห์ จะเริ่มเห็นวอลลุ่มที่เป็นธรรมชาติ

การทำเพียงครั้งเดียวอาจเห็นผลไม่ชัดเจนนัก

ควรทำอย่างน้อย 3 ครั้งขึ้นไปเพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด

Q3. หากเกิดตุ่มไตควรทำอย่างไร?

ตุ่มไตส่วนใหญ่จะสลายไปเองตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป

เนื่องจาก PLLA ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของ Sculptra จะค่อยๆ

ถูกดูดซึมและหายไปจากร่างกาย ดังนั้นในช่วงแรก

สิ่งสำคัญคือไม่ควรพยายามรักษาอย่างเร่งรีบจนเกินไป

หากรู้สึกไม่สบายใจหรือมีความผิดปกติ กรุณามาพบแพทย์ทันที

Q4. สามารถทำบริเวณไหนได้บ้าง?

สามารถทำได้ในบริเวณที่ขาดความยืดหยุ่นและขาดวอลลุ่ม เช่น ริ้วรอยรอบปาก คาง ร่องแก้ม และแก้ม

ในบริเวณที่ต้องการวอลลุ่ม

เราจะวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลให้เหมาะสมกับรูปหน้าและสภาพผิวของแต่ละท่าน

Q5. ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรสามารถทำได้หรือไม่?

ผู้ที่ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน

อาจมีข้อจำกัดในการทำหัตถการ โปรดตรวจสอบผ่านการปรึกษาล่วงหน้า

Sculptra ไม่ใช่แค่หัตถการเติมวอลลุ่มทั่วไป

แต่เป็นการ 'ปลูกเมล็ดพันธุ์' เพื่อให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง

เสน่ห์ที่แท้จริงของ Sculptra คือผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

คงอยู่ได้นานกว่า และให้ผลลัพธ์ที่กลมกลืนกับผิวของคุณมากที่สุด

หากผิวเริ่มขาดความยืดหยุ่นและแก้มเริ่มตอบ

ตอนนี้อาจเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเริ่มทำ Sculptra

เหนือสิ่งอื่นใด การปรึกษาอย่างละเอียดและการวินิจฉัยที่แม่นยำก่อนทำเป็นสิ่งสำคัญ

ที่ Cleor Clinic สาขากังนัม เราวิเคราะห์สภาพผิวและรูปหน้า

ของแต่ละบุคคลอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด

หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามเพื่อรับคำปรึกษาได้ตลอดเวลาครับ

พวกเราที่ Cleor Clinic สาขากังนัม พร้อมให้คำปรึกษาแก่คุณด้วยตัวเองครับ 😊

※ บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ผลลัพธ์ของการรักษาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

กรุณาตัดสินใจรับการวินิจฉัยและการรักษาที่แม่นยำผ่านการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ