
สวัสดีครับ!
ผม หมอจองโบฮวัง ผู้อำนวยการ Cleor Clinic สาขากังนัมครับ
"ส่องกระจกแล้วเห็นใบหน้าของคุณแม่ซ้อนขึ้นมาเลยค่ะ T_T"
ความจริงแล้ว เมื่อก้าวเข้าสู่วัยกลาง 30 ความยืดหยุ่นของผิวจะเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด
ไม่ว่าจะทาครีมบำรุงที่ดีแค่ไหน หรือทานอาหารเสริมเท่าไหร่
หากคุณรู้สึกว่าไม่มี 'การเปลี่ยนแปลงที่ต้นเหตุ' เรื่องราวในวันนี้จะช่วยคุณได้อย่างแน่นอน
วันนี้เราจะมาพูดถึงหัตถการที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้วยตัวเองจากภายในชั้นผิว
นั่นคือ Sculptra ซึ่งผมจะมาอธิบายให้เข้าใจง่ายและเป็นกันเองครับ

Sculptra คือหัตถการแบบไหนกันแน่?
Sculptra คือการฉีดกระตุ้นคอลลาเจนที่มีส่วนประกอบของ PLLA (Poly-L-lactic acid)
ซึ่งเป็นสารช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
มีการใช้งานในยุโรปเพื่อวัตถุประสงค์ในการลดเลือนริ้วรอยมาตั้งแต่ปี 1999
และได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐอเมริกาในปี 2009 รวมถึง KFDA ของเกาหลี
เป็นหัตถการที่ผ่านการพิสูจน์มานานกว่า 20 ปี
วิธีที่เข้าใจง่ายที่สุดคือให้ลองนึกภาพแบบนี้ครับ
หากฟิลเลอร์ทั่วไปคือ "การเติมหมอนอิงเข้าไปโดยตรง"
Sculptra ก็คือ "การกระตุ้นให้ร่างกายสร้างนุ่นในหมอนขึ้นมาด้วยตัวเอง"นั่นเองครับ
ในขณะที่การฉีดฟิลเลอร์แบบเดิมจะเน้นการเติมวอลลุ่มให้เห็นผลทันที
Sculptra เป็นหัตถการที่ค่อยๆ เข้าใกล้ระดับวอลลุ่มที่ต้องการเมื่อเวลาผ่านไป
เนื่องจากร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองภายในชั้นผิว
จุดเด่นที่สำคัญที่สุดคือผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติกว่ามากและคงอยู่ได้ยาวนาน

ทำไมเมื่ออายุมากขึ้น ความยืดหยุ่นของผิวถึงลดลง?
สาเหตุที่ความยืดหยุ่นลดลงในช่วงที่เริ่มเข้าสู่กระบวนการชรา
ก็คือ 'คอลลาเจน' นั่นเอง
จำนวนคอลลาเจนในชั้นผิวแท้ลดลงและการฟื้นฟู
ไม่สามารถทำได้อย่างราบรื่น ทำให้ผิวบางลง
ซึ่งส่งผลให้เกิดริ้วรอยและความยืดหยุ่นโดยรวมลดลง
คอลลาเจนเปรียบเสมือน 'โครงสร้าง' และ 'สปริง' ของผิว
เมื่อสปริงเหล่านี้ลดน้อยลง ผิวจะเริ่มหย่อนคล้อย แก้มตอบ
และร่องแก้มจะเริ่มลึกขึ้น
Sculptra คือหัตถการที่ช่วยให้ร่างกาย
สร้างสปริงเหล่านี้ขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง

ประสิทธิภาพและข้อดีของ Sculptra
① วอลลุ่มที่เป็นธรรมชาติและการยกกระชับ
Sculptra แตกต่างจากฟิลเลอร์ที่เพียงแค่เติมวอลลุ่มด้วยสารแปลกปลอม
แต่เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Booster) ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนภายในชั้นผิว
ช่วยให้ผิวแน่นกระชับและมีวอลลุ่ม
ผ่านการฟื้นฟูคอลลาเจนตามธรรมชาติของตนเอง
เมื่อวอลลุ่มบนใบหน้ากลับมา คุณจะสัมผัสได้ถึงผลลัพธ์การยกกระชับ ความยืดหยุ่นที่ดีขึ้น
และช่วยให้ใบหน้าโดยรวมดูสดใสและอ่อนเยาว์ลง
② ผลลัพธ์ที่ยาวนาน
การสังเคราะห์คอลลาเจนจะเริ่มขึ้นหลังจากทำหัตถการ 4-6 สัปดาห์
และผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นาน 1 ปีครึ่ง ถึง 2 ปีขึ้นไป
เนื่องจากมีระยะเวลาคงผลลัพธ์ที่นานกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป จึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว
③ ไม่มีความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงทางหลอดเลือด
แตกต่างจาก HA Filler ทั่วไป เนื่องจากอนุภาคของ Sculptra เล็กกว่าหลอดเลือด
จึงไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง เช่น เนื้อเยื่อตาย หรือตาบอด โดยสิ้นเชิง
นี่ถือเป็นข้อดีอย่างมากในด้านความปลอดภัย
④ ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
ผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติและค่อยๆ ดีขึ้น
เมื่อเวลาผ่านไปมากกว่าช่วงหลังทำทันที
ความละมุนและวอลลุ่มที่เป็นธรรมชาติ
ราวกับสีพาสเทลคือเสน่ห์ของ Sculptra
นี่คือเหตุผลที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการ 'สวยขึ้นแบบดูไม่ออกว่าไปทำอะไรมา'
⑤ จำนวนครั้งและระยะห่างในการทำ
แนะนำให้ทำทั้งหมด 3 ครั้ง (สูงสุด 6 ครั้ง) ครั้งละ 1 ขวด โดยเว้นระยะห่าง 4-6 สัปดาห์
ระยะเวลาคงผลลัพธ์อยู่ที่ประมาณ 2 ปี
หลังจากนั้นแนะนำให้ทำเพื่อคงสภาพปีละ 1 ครั้ง

ข้อควรระวังที่ต้องทราบก่อนเริ่ม
① เป็นเรื่องปกติที่วอลลุ่มจะเกิดขึ้นทันทีหลังทำแล้วหายไปนั่นเอง
อาจดูเหมือนมีวอลลุ่มขึ้นทันทีหลังทำ
แต่เป็นปรากฏการณ์ชั่วคราวจากปริมาตรของของเหลวที่ฉีดเข้าไป
ซึ่งจะหายไปในเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์
หลังจากนั้น คอลลาเจนจะค่อยๆ ถูกสร้างขึ้น
และวอลลุ่มจะค่อยๆ พัฒนาขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
หากทราบเรื่องนี้ไว้ก่อน คุณจะไม่ต้องตกใจครับ!
② อาการบวมและรอยช้ำเป็นเรื่องชั่วคราว
โดยเฉลี่ยอาการบวมจะลดลงประมาณ 90% ภายใน 3-4 วันหลังทำ
และมักจะฟื้นตัวได้ภายในไม่เกิน 1 สัปดาห์
ไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากนัก และตั้งแต่วันถัดไป
สามารถล้างหน้า อาบน้ำ แต่งหน้า และออกกำลังกายเบาๆ ได้
③ ต้องปฏิบัติตามการนวด 5-5-5 อย่างเคร่งครัด
มี 'กฎ 5-5-5' คือการนวดเป็นเวลา 5 วัน
วันละ 5 ครั้ง ครั้งละ 5 นาที
การนวดนี้สำคัญมากในการป้องกันการเกิดตุ่มไตและช่วยให้เห็นผลลัพธ์สูงสุด
④ การเลือกทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคือหัวใจสำคัญ
หากทำโดยแพทย์ที่ไม่มีความชำนาญ หรือไม่ปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้อง
อาจเกิดปรากฏการณ์ 'ตุ่มไต' หรือการจับตัวเป็นก้อนใต้ผิวหนังได้
แต่หากแพทย์ปฏิบัติตามแนวทางการรักษาอย่างเคร่งครัด ความเสี่ยงจะอยู่ในระดับต่ำ
⑤ จำเป็นต้องตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของแท้
การตรวจสอบบัตรรับรองผลิตภัณฑ์ Sculptra ของแท้
คือขั้นตอนแรกสู่การทำหัตถการที่ปลอดภัย

คำถามที่พบบ่อย FAQ
Q1. ระหว่าง Sculptra กับฟิลเลอร์ทั่วไป อย่างไหนดีกว่ากัน?
ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ครับ หากต้องการวอลลุ่มทันที ฟิลเลอร์จะเหมาะสมกว่า
แต่หากต้องการฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิวอย่างเป็นธรรมชาติและยาวนานกว่า
Sculptra เป็นทางเลือกที่ดีกว่า และหลายกรณีก็มีการทำทั้งสองอย่างควบคู่กัน
Q2. จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่?
หลังจากผ่านไป 6 สัปดาห์ จะเริ่มเห็นวอลลุ่มที่เป็นธรรมชาติ
การทำเพียงครั้งเดียวอาจเห็นผลไม่ชัดเจนนัก
ควรทำอย่างน้อย 3 ครั้งขึ้นไปเพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด
Q3. หากเกิดตุ่มไตควรทำอย่างไร?
ตุ่มไตส่วนใหญ่จะสลายไปเองตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป
เนื่องจาก PLLA ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของ Sculptra จะค่อยๆ
ถูกดูดซึมและหายไปจากร่างกาย ดังนั้นในช่วงแรก
สิ่งสำคัญคือไม่ควรพยายามรักษาอย่างเร่งรีบจนเกินไป
หากรู้สึกไม่สบายใจหรือมีความผิดปกติ กรุณามาพบแพทย์ทันที
Q4. สามารถทำบริเวณไหนได้บ้าง?
สามารถทำได้ในบริเวณที่ขาดความยืดหยุ่นและขาดวอลลุ่ม เช่น ริ้วรอยรอบปาก คาง ร่องแก้ม และแก้ม
ในบริเวณที่ต้องการวอลลุ่ม
เราจะวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลให้เหมาะสมกับรูปหน้าและสภาพผิวของแต่ละท่าน
Q5. ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรสามารถทำได้หรือไม่?
ผู้ที่ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน
อาจมีข้อจำกัดในการทำหัตถการ โปรดตรวจสอบผ่านการปรึกษาล่วงหน้า
Sculptra ไม่ใช่แค่หัตถการเติมวอลลุ่มทั่วไป
แต่เป็นการ 'ปลูกเมล็ดพันธุ์' เพื่อให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง
เสน่ห์ที่แท้จริงของ Sculptra คือผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
คงอยู่ได้นานกว่า และให้ผลลัพธ์ที่กลมกลืนกับผิวของคุณมากที่สุด
หากผิวเริ่มขาดความยืดหยุ่นและแก้มเริ่มตอบ
ตอนนี้อาจเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเริ่มทำ Sculptra
เหนือสิ่งอื่นใด การปรึกษาอย่างละเอียดและการวินิจฉัยที่แม่นยำก่อนทำเป็นสิ่งสำคัญ
ที่ Cleor Clinic สาขากังนัม เราวิเคราะห์สภาพผิวและรูปหน้า
ของแต่ละบุคคลอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด
หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามเพื่อรับคำปรึกษาได้ตลอดเวลาครับ
พวกเราที่ Cleor Clinic สาขากังนัม พร้อมให้คำปรึกษาแก่คุณด้วยตัวเองครับ 😊
※ บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ผลลัพธ์ของการรักษาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
กรุณาตัดสินใจรับการวินิจฉัยและการรักษาที่แม่นยำผ่านการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
