
สวัสดีครับ
ผมหมอจองโบฮวัง ผู้อำนวยการ Cleor Clinic สาขากังนัมครับ
เมื่อพูดถึง Pico Toning หลายคนมักนึกถึงการดูแลเม็ดสีบนใบหน้า
แต่ในห้องตรวจ ผมมักจะได้ยินคำพูดเหล่านี้บ่อยๆ ครับ
"ดูแลผิวหน้าอยู่ตลอด แต่รักแร้กลับเริ่มคล้ำขึ้นเรื่อยๆ"
"สีผิวบริเวณเข่าและข้อศอกเข้มขึ้น จนรู้สึกไม่มั่นใจเวลาใส่ชุดสั้นๆ"
"หลังจากกำจัดขน ดูเหมือนว่ารอยดำในบริเวณนั้นจะยิ่งเข้มขึ้น"
เม็ดสีไม่ได้เกิดขึ้นแค่บนใบหน้าเท่านั้น
หากเป็นบริเวณที่มีการเสียดสีหรือระคายเคืองซ้ำๆ
ผิวกายก็สามารถหมองคล้ำได้เช่นกัน
วันนี้ สำหรับผู้ที่กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับ Gangnam Pico Toning
ตั้งแต่การดูแลเม็ดสีบนใบหน้า ไปจนถึงการใช้เลเซอร์ Body Toning
ผมจะขออธิบายอย่างตรงไปตรงมาครับ

สาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเม็ดสี
การที่เม็ดสีบนผิวเข้มขึ้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
มี 3 ปัจจัยหลักที่ทำงานร่วมกันจนเกิดเป็นรอยดำ
1) การสะสมของรังสี UV
นี่คือสาเหตุหลักของเม็ดสีบนใบหน้า
เมื่อผิวสัมผัสรังสี UV เซลล์เมลาโนไซต์จะสร้างเม็ดสีเพื่อปกป้องผิว
แต่หากบริเวณเดิมถูกแสงแดดซ้ำๆ
เมลานินจะสะสมตัวและกลายเป็นฝ้า จุดด่างดำ และกระ
2) การเสียดสีและการระคายเคือง
นี่คือสาเหตุหลักของเม็ดสีตามร่างกาย
รักแร้เกิดจากการระคายเคืองจากเสื้อผ้า การกำจัดขน และเหงื่อ
ข้อศอกและเข่าเกิดจากแรงกดและการเสียดสี เช่น การคุกเข่า หรือการเท้าคาง
ขาหนีบและบิกินี่ไลน์เกิดจากการแว็กซ์และการเสียดสีของชุดชั้นในที่รัดแน่น
เมื่อสะสมต่อเนื่อง เมลานินจะเกิดการตกค้างในบริเวณนั้น
เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ
เหมือนกับรอยเปื้อนที่มักจะเกิดขึ้นก่อนในจุดที่สัมผัสบ่อยๆ
รอยดำจะปรากฏขึ้นในบริเวณที่มีการสัมผัสบ่อยครั้งที่สุด
3) การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและการอักเสบ
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น การตั้งครรภ์ ยาคุมกำเนิด หรือวัยทอง
การอักเสบเรื้อรัง เช่น สิว ผิวหนังอักเสบ หรือผื่นแพ้
มักเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดรอยดำหลังการอักเสบ (PIH)
เนื่องจากมีสาเหตุที่หลากหลาย
การใช้เพียงครีมหรือเครื่องสำอางไวท์เทนนิ่งจึงมักให้ผลลัพธ์ที่ล่าช้า
นี่คือจุดที่จำเป็นต้องใช้หัตถการที่เข้าถึงความลึกของชั้นเม็ดสีโดยตรง

Gangnam Pico Toning คืออะไร
Gangnam Pico Toning คือ
หัตถการดูแลเม็ดสีที่ใช้เลเซอร์ซึ่งปล่อยพลังงานในหน่วยพิโควินาที (1 ในล้านล้านส่วนของวินาที)
เป็นการรักษาเพื่อดูแลปัญหาเม็ดสี
หากเลเซอร์ Toning แบบเดิมใช้หน่วยนาโนวินาที (1 ในพันล้านส่วนของวินาที)
Pico Toning จะมีความเร็วในการปล่อยพลังงานที่เร็วกว่าประมาณ 1,000 เท่า
ทำไมความเร็วในการปล่อยพลังงานถึงสำคัญ
หากส่งผ่านพลังงานเป็นเวลานาน
ความร้อนจะถูกส่งไปยังเนื้อเยื่อผิวรอบข้างด้วย ไม่ใช่แค่เพียงเม็ดสี
เมื่อความร้อนสะสม อาจทำให้รอยดำเข้มขึ้นกว่าเดิม
หรืออาจสร้างภาระให้กับผิวได้
Pico Toning จะส่งพลังงานที่เข้มข้นในช่วงเวลาที่สั้นมาก
เพื่อสลายเม็ดสีอย่างแม่นยำและลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อรอบข้าง
ยิ่งอนุภาคเม็ดสีที่ถูกสลายมีขนาดเล็กเท่าไหร่
ก็จะยิ่งถูกขับออกจากร่างกายผ่านระบบเผาผลาญได้ง่ายขึ้นเท่านั้น

ข้อบ่งชี้สำหรับการใช้บนใบหน้า
ฝ้า, จุดด่างดำ, กระ
กระเนื้อ, ปานโอตะ
รอยดำหลังการเกิดสิว
ปรับสีผิวที่หมองคล้ำให้สม่ำเสมอ
กระชับรูขุมขนและปรับสภาพผิว (Focus Mode)
ข้อบ่งชี้สำหรับการใช้ตามร่างกาย
รอยคล้ำใต้วงแขน (จากการกำจัดขน, การเสียดสี, เหงื่อ)
รอยดำบริเวณข้อศอกและหัวเข่า
รอยคล้ำบริเวณขาหนีบและบิกินี่ไลน์
เม็ดสีบริเวณตาตุ่มและสะโพก
รอยสิวบริเวณหลังและหน้าอก
ใช้เครื่องมือเดียวกันแต่ปรับระดับความเข้มและโหมดให้เหมาะสมกับแต่ละบริเวณ
ทำไม Gangnam Pico Toning ถึงถูกนำมาใช้เป็น Body Toning Laser บ่อยขึ้น
ช่วงนี้มีผู้เข้ามาปรึกษาเรื่องปัญหาผิวกายในห้องตรวจเพิ่มขึ้นอย่างมากครับ
เพราะในขณะที่ใบหน้าได้รับการดูแลด้วยครีมกันแดดและไวท์เทนนิ่ง
แต่ร่างกายมีหลายจุดที่ดูแลได้ยาก
1) บริเวณที่ครีมไวท์เทนนิ่งเข้าถึงได้ยาก
บริเวณอย่างรักแร้ ข้อศอก และหัวเข่า
ผิวหนังจะมีความหนาและมีการสะสมของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว
ทำให้ส่วนผสมในครีมซึมเข้าสู่ชั้นลึกได้ยาก
ความยาวคลื่น 1064nm ของ Pico Toning ตอบสนองต่อเมลานินได้ดี
จึงสามารถเข้าถึงชั้นเม็ดสีที่การดูแลผิวภายนอกเข้าไม่ถึง
2) ใช้เสริมการรักษารอยดำหลังการกำจัดขน
หลังจากรับบริการเลเซอร์กำจัดขน
มีหลายกรณีที่รอยดำในบริเวณนั้นกลับเข้มขึ้น
ซึ่งเป็นรอยดำที่เกิดจากการสะสมของการเสียดสีและการระคายเคือง
Pico Toning เป็นทางเลือกที่ช่วยปรับสภาพผิวในส่วนนี้ได้ครับ
3) การดูแลก่อนช่วงเวลาที่ต้องเผยผิวหรือบิกินี่ไลน์
ก่อนช่วงฤดูร้อน งานแต่งงาน หรือทริปพักร้อน
ผู้ที่มีกำหนดการต้องเผยผิวในจุดที่เคยปกปิดไว้
มักจะเริ่มเตรียมตัวด้วย Body Toning Laser ครับ
เนื่องจากการดูแลผิวกายควรทำอย่างต่อเนื่อง
จึงแนะนำให้เริ่มทำล่วงหน้าโดยคำนวณจากวันที่ต้องการโชว์ผิวครับ
4) หัตถการแบบไม่ผ่าตัด (Non-invasive) ที่ไม่ต้องพักฟื้นนาน
แม้จะเป็นการทำที่ตัว แต่ไม่ใช่การผ่าตัด
จึงสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังทำ
5) สามารถดูแลทั้งใบหน้าและลำตัวได้ในคราวเดียว
ด้วยเครื่องมือเดียวกัน คุณสามารถดูแลเม็ดสีบนใบหน้าและลำตัว
พร้อมกันในวันเดียวได้
โดยจะมีการปรับระดับพลังงานและโหมดให้เหมาะกับแต่ละจุด

จำนวนครั้งและระยะห่างที่แนะนำสำหรับแต่ละบริเวณ
แม้ Pico Toning จะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรก
แต่สำหรับเม็ดสีที่ฝังลึก แนะนำให้ทำอย่างต่อเนื่องครับ
เม็ดสีบนใบหน้า (ฝ้า, จุดด่างดำ, สีผิว)
แนะนำ 5-10 ครั้ง โดยเว้นระยะห่าง 2-4 สัปดาห์
(ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับความลึกของเม็ดสีในแต่ละบุคคล)
เม็ดสีตามร่างกาย (รักแร้, หัวเข่า, ข้อศอก)
แนะนำ 5-10 ครั้ง โดยเว้นระยะห่าง 3-4 สัปดาห์
เนื่องจากผิวหนังมีความหนา จึงมักต้องการจำนวนครั้งที่มากกว่าใบหน้า
บริเวณที่สีเข้มมากหรือสะสมมาเป็นเวลานาน
อาจจำเป็นต้องทำมากกว่า 10 ครั้ง
เราจะแจ้งจำนวนครั้งที่แนะนำหลังจากตรวจสภาพผิวจริงในการปรึกษาเบื้องต้น
ความเจ็บปวดของ Gangnam Body Pico Toning
การทำ Toning บนใบหน้ามีอาการระคายเคืองน้อยมาก จนหลายคนสามารถทำได้โดยไม่ต้องทายาชา
ถือว่ามีความระคายเคืองค่อนข้างต่ำ
ในกรณีที่เม็ดสีตามร่างกายเข้มมาก จะมีการทายาชาก่อนเริ่มทำครับ
แม้จะไม่ต้องพักฟื้นมาก แต่ควรดูแลผิวอย่างเบามือในช่วง 2-3 วันแรก
⚠️ ข้อควรระวัง
การป้องกันแสงแดด
หลังทำ 2-3 วัน เซลล์เมลาโนไซต์จะมีความไวต่อแสงมากกว่าปกติ
กรุณาทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอและทั่วถึง
สำหรับบริเวณที่ทำตามร่างกาย เมื่อออกไปข้างนอก
ควรใช้เสื้อผ้าหรือร่มเพื่อช่วยป้องกันแสงแดดอีกทางหนึ่ง
การดูแลความชุ่มชื้น
ใช้ครีมปลอบประโลมผิวและครีมฟื้นฟูผิว
เพื่อดูแลผิวอย่างอ่อนโยนในช่วง 2-3 วันแรก
ลดการกระตุ้นด้วยความร้อน
ในวันที่ทำหัตถการ ควรหลีกเลี่ยงซาวน่า การอบไอน้ำ การออกกำลังกายอย่างหนัก และการดื่มแอลกอฮอล์
หากอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น อาจทำให้รอยแดงและการระคายเคืองคงอยู่นานขึ้น
ลดการระคายเคือง
ผลิตภัณฑ์อย่างสครับ การผลัดเซลล์ผิว หรือโทนเนอร์ที่มีฤทธิ์เป็นกรด
ควรงดใช้ประมาณ 1 สัปดาห์เพื่อความปลอดภัย
การจัดการการเสียดสีในบริเวณที่ทำ
บริเวณที่มีการเสียดสีบ่อย เช่น รักแร้ หรือขาหนีบ
ควรหลีกเลี่ยงการสวมเสื้อผ้าที่รัดแน่นในช่วง 2-3 วันแรก
ควรงดการกำจัดขนในช่วงระยะเวลาหนึ่งหลังทำ
อาการชั่วคราว
อาจมีรอยแดงจางๆ และอาการยิบๆ เล็กน้อย
ในจุดที่เม็ดสีเข้ม อาจเกิดสะเก็ดบางๆ ซึ่งจะหลุดลอกออกเองตามธรรมชาติ
ห้ามแกะสะเก็ดด้วยมือ และกรุณารอจนกว่าจะหลุดออกเอง
กรณีที่ต้องมาพบแพทย์ทันที
หากมีอาการปวดที่ไม่ทุเลาลง มีตุ่มน้ำใส หรือมีน้ำเหลืองซึม
หรือหากมีรอยแดงเข้มต่อเนื่องนานหลายวัน
กรุณามาพบแพทย์ที่คลินิกทันทีเพื่อรับการตรวจ

ผู้ที่แนะนำให้ทำ Pico Toning
เพื่อการดูแลผิวหน้า
ผู้ที่เริ่มเห็นฝ้า จุดด่างดำ และกระ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
ผู้ที่มีสีผิวหมองคล้ำจากการสัมผัสแสงแดด
ผู้ที่มีรอยดำหลงเหลือหลังจากเป็นสิว
ผู้ที่ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงจากการใช้เครื่องสำอางไวท์เทนนิ่ง
เพื่อการดูแลผิวกาย
ผู้ที่กังวลเรื่องรอยคล้ำใต้วงแขน
ผู้ที่มีรอยดำบริเวณข้อศอกและหัวเข่าเข้มขึ้น
ผู้ที่มีสีผิวบริเวณขาหนีบและบิกินี่ไลน์คล้ำลง
ผู้ที่เคยมีประสบการณ์รอยดำเข้มขึ้นหลังการกำจัดขน
ผู้ที่กำลังจะมีช่วงเวลาที่ต้องเผยผิวมากขึ้น
กรณีที่ต้องแจ้งแพทย์ก่อนรับบริการ
ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
ผู้ที่มีประวัติการอักเสบหรือเป็นเริมในบริเวณที่จะทำ
ผู้ที่กำลังรับประทานยาที่ทำให้ผิวไวต่อแสง
ผู้ที่มีภาวะผิวเกิดแผลเป็นนูน (Keloid)
ผู้ที่เพิ่งสัมผัสแสงแดดจัดหรือรับการผลัดเซลล์ผิวมาเมื่อเร็วๆ นี้
ผู้ที่มีไฝหรือจุดที่มีการเปลี่ยนแปลงของสีและรูปร่างที่น่าสงสัยในบริเวณที่จะทำ
เนื่องจากหัตถการอาจไม่เหมาะสมกับสภาพผิวหรือประวัติการใช้ยาบางประเภท เราจะทำการตรวจสอบโดยละเอียดในการปรึกษาเบื้องต้นครับ
ข้อดีของ Pico Toning
การปล่อยพลังงานในหน่วยพิโควินาทีช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อรอบข้าง
สามารถใช้ได้กับหลายบริเวณ ตั้งแต่ใบหน้าไปจนถึงลำตัว
ใช้เวลาทำสั้นและไม่ต้องพักฟื้นนาน
สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังทำ
เมื่อทำอย่างต่อเนื่อง สามารถคาดหวังผลลัพธ์ทั้งเรื่องสีผิวและสภาพผิวที่เรียบเนียนขึ้น
สิ่งที่ควรทราบ
เม็ดสีทั้งหมดอาจไม่จางลงจากการทำเพียงครั้งเดียว
เป็นการดูแลที่แนะนำให้ทำอย่างต่อเนื่องครับ
หากละเลยการป้องกันแสงแดด ผลลัพธ์อาจลดลงอย่างรวดเร็ว
การดูแลผิวจากแสงแดดหลังทำจึงมีความสำคัญมาก
หากยังมีการเสียดสีและการระคายเคืองในบริเวณเดิมอย่างต่อเนื่อง
เม็ดสีอาจกลับมาเกิดขึ้นใหม่ในจุดเดิมได้
จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตควบคู่ไปด้วย
ฝ้าเป็นเม็ดสีที่ไวต่อการกระตุ้นด้วยความร้อน
การปรับระดับความเข้มของพลังงานจึงเป็นส่วนสำคัญที่กำหนดผลลัพธ์
เราจะทำการตรวจสอบโดยละเอียดในการปรึกษาเบื้องต้นครับ
❓ คำถามที่พบบ่อย
Q. Body Pico Toning แตกต่างจากการทำบนใบหน้าอย่างไร?
ใช้เครื่องมือเดียวกัน แต่จะมีการปรับระดับความเข้มและโหมดตามแต่ละบริเวณ
เนื่องจากผิวกายมีความหนาและเม็ดสีมักฝังลึก
จึงมักแนะนำจำนวนครั้งในการทำที่มากกว่าใบหน้าครับ
Q. ทำเพียงครั้งเดียวจะเห็นความเปลี่ยนแปลงแค่ไหน?
สำหรับจุดด่างดำจางๆ บางท่านอาจรู้สึกว่าสีผิวดูใสขึ้นหลังจากทำ 1-2 ครั้ง
แต่สำหรับฝ้าหรือเม็ดสีตามร่างกายที่สะสมมานาน
มักจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้นเมื่อทำต่อเนื่อง 5-10 ครั้งครับ
Q. เจ็บมากไหม?
การทำ Toning บนใบหน้ามีความระคายเคืองน้อยมาก จนหลายคนสามารถทำได้โดยไม่ต้องทายาชา
หากเม็ดสีตามร่างกายเข้มมาก จะมีการทายาชาก่อนเริ่มทำครับ
Q. จะส่งผลกระทบต่อการไปทำงานในวันรุ่งขึ้นไหม?
สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังทำครับ
รอยแดงจางๆ มักจะหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง และสามารถแต่งหน้าได้ตามปกติในวันรุ่งขึ้น
Q. สามารถทำทั้งใบหน้าและลำตัวในวันเดียวกันได้ไหม?
หากบริเวณและระดับความเข้มข้นเหมาะสม ก็สามารถทำพร้อมกันในวันเดียวได้ครับ
เราจะแนะนำการวางแผนการรักษาในการปรึกษาเบื้องต้นครับ
Q. เม็ดสีจะกลับมาเกิดใหม่ไหม?
อนุภาคเม็ดสีที่ถูกสลายไปแล้วจะไม่กลับมา
แต่หากยังมีการสัมผัสแสงแดด การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือการเสียดสีอย่างต่อเนื่อง
เม็ดสีก็สามารถกลับมาเกิดขึ้นใหม่ในจุดเดิมได้ครับ
การป้องกันแสงแดดและการจัดการการเสียดสีจึงเป็นหัวใจสำคัญในการคงผลลัพธ์
Q. ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นมีอะไรบ้าง?
อาจมีรอยแดงชั่วคราว อาการบวมเล็กน้อย สะเก็ดบางๆ หรือรอยดำหลังการอักเสบ (PIH) เกิดขึ้นได้
มีรายงานการเกิดตุ่มน้ำ แผลเป็น หรือการสูญเสียเม็ดสีในกรณีที่พบได้ยาก ดังนั้นการปรึกษาเบื้องต้นและการติดตามผลหลังทำจึงเป็นสิ่งสำคัญครับ
เม็ดสีไม่ได้เกิดขึ้นแค่บนใบหน้าเท่านั้น
บริเวณอย่างรักแร้ หัวเข่า ข้อศอก และขาหนีบ
มักจะมีช่วงเวลาที่คุณเริ่มกังวลกับจุดที่ปกติไม่ค่อยได้สังเกตเห็น
หากคุณรู้สึกว่าการใช้ครีมไวท์เทนนิ่งให้ผลลัพธ์ที่ล่าช้า
หัตถการที่เข้าถึงความลึกของชั้นเม็ดสี
อาจเป็นทางลัดที่รวดเร็วกว่าครับ
Gangnam Pico Toning เป็นหัตถการดูแลเม็ดสีที่ใช้ได้ตั้งแต่ใบหน้าไปจนถึง Body Toning Laser
โดยสามารถปรับระดับความเข้มและโหมดให้เหมาะกับแต่ละส่วนได้
เราจะทำการตรวจสอบให้คุณในระหว่างการปรึกษาครับ
หากคุณกังวลเรื่องเม็ดสีบนใบหน้าหรือลำตัว
สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ Cleor Clinic สาขากังนัมครับ
※ เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อแจ้งข้อมูลทั่วไป ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
กรุณาตัดสินใจรับบริการหลังจากปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำ
